๒.๒๔.๒๕๕๒

.....เขียนไดอารี่ยังไง ไม่ให้คนยี๊.....

วันนี้ ว่าด้วยเรื่องการเขียนได . . ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวไว้ก่อน ว่าพิมนั้นไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องการเขียนได ที่มาแต่สวรรค์วิมานชั้นไหน . . เนื้อหาที่จะกล่าวดังต่อไปนี้
ที่มีประสบการณ์ การเขียนไดอารี่ออนไลน์
เพียง 3-4 ปีเท่านั้น
.
.
อาจไม่ได้มากได้มาย พอที่จะชี้แนะใครได้
แต่ก็ไม่ได้น้อยจน หูหนวก ตาบอด ประมวลอะไรไม่ได้เลยเช่นกัน
.
.
** หมายเหตุ เนื้อหาทั้งหมดในแต่ละข้อที่กล่าวมา
นำมาจากหลายคำบอกเล่า หลายความคิดเห็น
ที่เจอมากับตัว และได้รับรู้มาจากผู้อื่น
.
.
ไม่ได้ระบุ กล่าวถึงหรือเจาะจงถึงผู้หนึ่งผู้ใด
แต่ถ้ามันจะไปสะกิดตาปลาใครไปบ้างก็ขออภัยมา ณ.ที่นี้ค่ะ
((ปล. แต่มิอาจแผ่ส่วนกุศลให้ได้ เพราะว่าอยู่ในช่วงสะสมบุญอยู่ หึหึหึ))
.
.
เพื่อนๆรู้มั๊ย การเขียนได หรือเขียน blog เนี่ย
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ
.
.
เรียกได้ว่า การเขียนไดนั้น มันเป็น ศิลปะอย่างนึงเลยแหละ
แล้วมันจะออกเป็นศิลปแนวแอฟแทรกซ์ ซะด้วย
คือใช้ใจมอง เพราะใช้แต่ตามองไม่ได๊ ((เสียงสูง))
เดี๋ยวมันเข้าไม่ถึง
.
.
คนที่ไม่เคยเขียนไดนั้น
มักจะไม่รู้หรอกว่า
.
.
การเขียนไดนั้น จะเขียนเล่นๆเขียนเรื่อยเปื่อย
เขียนบ้าๆ บอๆ ไม่ได้นะ
ทุกๆการเขียนในแต่ละหน้า ต้องมีเหตุและผล
.
.
เขียนได ยังไงให้น่าสนใจ และไม่เป็นที่หมั่นไส้ของชาวบ้านทั่วไป
.
. 1. เริ่มจาก Head diary หรือ Cover ก่อน ภาษาไทยก็ หัวได น่านแหละ
.
.
รูปค่ะรูป รูปที่ใช้ หากเจ้าของได มีแฟน มีคู่รัก มักจะนิยมใส่รูปคู่
.
.
จะน่ารัก น่าเกลียด น่าอิจฉา หรือน่า...อะไรก็แล้วแต่อันนี้ไม่ว่ากัน
เพราะคุณเป็นคู่รักกัน จะใส่รูปรักแบบปานจะแหกตูดดมก็ไม่ว่า
.
.
แนะนำว่า พยายามอย่าใส่รูปแนวอีโรติกจนเกินไป
((ก็ประมาณมุมดูดปาก แลกลิ้น หรือภาพเปลือยกอดกันไรงี้))
ไม่ว่านะ เพราะนั่นมันเรื่องของคุณ
.
.
แต่บอกตามตรง ดูแล้วมันชวนขนหัวลุก
.
.
แนะนำ เป็นภาพน่ารักๆ จุ๊บแก้มนิดๆหน่อย จะดีกว่า
((บางคนมีแค่รูปมือจับกัน ก็ดู art ได้ ไม่เห็นต้องเยอะไปกว่านั้นเลย))
.
.
ส่วนคนโสด เอาสารพัดรูปมาลงได้เลย
ทั้งมุมสวย มุมน่ารัก มุมดูดี๊ ดูดี มุมแอ๊บแบ๊ว มุมกลับหลังหัน มุมเหี้ยอะไรก็ได้
.
.
แต่!!!!
.
.
อย่าพยายามใช้ Photo shop กับรูปนั้นมากกกกกก จนเกินไป
ว่ากันว่า ผู้ ญ ที่น่ากลัวที่สุดในวงการ Internet
คือผู้ ญ ที่ใช้ Photo shop เก่ง ((เชื่อกรุเหอะ))
.
.
เคยได้ยินมั๊ย กับคำพูดที่ว่า
“....โอ้วววว ในรูปในได/ใน M สวย/หล่อ ขั้นเทพ
พอมาเจอตัวจริง หน้าแมร่งเหี้ยสาดดดดด...”
.
.
เห็นมั๊ย แค่หัวไดก็สำคัญนะ
.
.
2. ความสั้น ความยาวของเนื้อหา การเว้นวรรค ช่องไฟ
การใช้ภาษา และการเรียบเรียง
.
.
จะบอกให้ พวกเขียนไดยาวๆ เป็น 1 ในได ที่ไม่น่าอ่าน
เพราะแมร่งยาวไง ยาวเกิน กว่าจะอ่านถึงข้างล่าง แมร่งกรุลืมข้างบนแระ
.
.
เคยมั๊ย อ่านไดซัก 1 ได เกิดความคิดที่ว่า
“...แมร่ง เขียนยาว จนไม่รู้จะเมนท์เหี้ยอะไรให้
งั้นกรุก็ลอกเอาเมนท์คนอื่นเค้าละกันเค้าว่าไง กรุว่างั้น
เลียนแบบเมนท์ไปงั้นแหละ ถามว่า รู้มั๊ยเค้าพล่ามอะไร
ไม่รู้หรอก เพราะยาว ขี้เกียจอ่าน แต่มาแสดงตัวเฉยๆ 555+”
.
.
แต่พวกสั้นไป เฮ้ย!!! ไอ้พวกสั้นๆเนี่ยดีออกนะ
เพราะไม่ต้องตาแฉะ อ่านเยอะ สั่นง่าย ได้ใจความ เมนท์ก็ง่าย
((ก็เมนท์สั้นๆ เหมือนมันเขียนนั่นแหละ))
.
.
ส่วนการเว้นวรรคช่องไฟ อันนี้พวกท๊อปภาษาไทย
จะหงุดหงิดมาก หากเจอพวกเขียนไดแบบ ตัวติดยาวเป็นพรืดดดดด อ่านยากนะ
.
.
ต้องเว้นวรรค สวยๆให้เค้าอ่านง่ายๆหน่อยก็ดี
.
.
อีกปาเพด พวกใช้ภาษาไทยแบบวัยซะรุ่นหง่ะ
แบบว่า เท่ร๊ากกก ฉานร๊ากกกเทอ ไรงี้ มั่ยรุ ทำมัย ร๊ากเทอ คนเดว
อ้ายพวกเน้ เขียนกวนตรีน อ่านยากชิ๊หาย กรุจะบร้า แสรดดดดด
.
.
3. อย่าเขียนไดแล้วใช้คำหยาบคายเกินไป
เพราะบางคนนั้น เกิดมาอาจไม่ชินกับภาษาหยาบๆที่ว่า
.
.
เพราะฟังแล้ว บรรดาทั่นๆ
อ่านแล้วก็อาจมี ระคายหู ระคายความรู้สึก ระคายต่อมผู้ดี
แนะนำว่า ปิดไปซะ อย่าเข้ามาอ่านเลยไดพวกนี้
((เพราะคนเขียนอาจเริ่มระคายตรีนแล้วเช่นกัน))
.
.
แต่เชื่อเหอะว่า สังคมทุกวันนี้
เราหนีภาษาหยาบอย่างนี้ไปไม่พ้นหรอก
.
.
ยังไงมันก็ต้องเจอแหละ ไม่มากก็น้อย
.
.
ใครใคร่อยากเขียนหยาบ เขียนไป
ใครใคร่อยากอ่าน อ่านไป ไม่ว่ากัน
ไม่อยากอ่าน แมร่งสถุลฉิบหาย ไดอิห่ารากเนี่ย
ปิดไปเลยขอรับ ^^
.
.
4. เรื่องลับเฉพาะกิจ เรื่อง X เรื่องกาม เรื่องซั่ม
ไม่แนะนำให้เขียน เพราะว่ามันหยาบโลน รับม่ายยยด้ายยยยย
.
.
ถ้าเป็นไปได้ ให้ลง clip ซั่มกันไปเลย คนดูจะชอบมากกว่า 5555+
.
.
แต่เอาเหอะ ของสงวนของใครของมัน นิ้วก็ใครนิ้วมัน
ปลายลิ้นก็ตวัดโดนติ่งใคร ติ่งมัน
.
.
มันจะไปตอกเสาเข็มที่ไหน ท่าอะไร ก็ช่างมันปะไร
ตราบใดที่เค้ายังเป็นผัว-เมียกันอยู่ ไม่ได้ไปสมสู่กะคนของใคร หรือของคุณ
จริงม๊ะ????
.
.
5. อัพได พยายามอย่าใส่ ราคาสินค้าที่คุณซื้อมา
ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะราคาเป็นล้าน เป็นแสน เป็นหมื่นเป็นพัน
.
.
เพราะนั่นจะเป็นชนวน ทำให้คนอ่านเค้าหมั่นไส้ได้
หาว่าคุณใส่ราคาเว่อร์มั่งล่ะ อวดรวยมั่งล่ะ ทำเป็นไม่เคยมีมั่งล่ะ
.
.
ฉะนั้น การซื้อของ ไม่ว่าจะ Brand name มาจากห้างไหน เคาท์เตอร์อะไร
โปรดอย่าใส่ราคา เพราะบางคนจะเทียบกับหนังหน้าคุณขึ้นมาทันทีว่า
.
.
“ป๊าดดด...หนังหน้าอย่างนี้เหรอ ใช้ของแพงปานนี้ กรุว่า 199 ก็หรูแระ 555+”
.
.
การแข่งขันกันซื้อที่ไหนถูก และแนะนำแหล่งซื้อของถูกๆ จะดีกว่า
.
.
6. การไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เช่นที่ตากอากาศหรูเริ่ด โรงแรมระดับ 7 ดาว
หรือจะไปนอกประเทศ หรือนอกโลก ให้นำรูปที่มีหน้าคุณติดกับสถานที่นั้นๆมาลงด้วย
.
.
เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณได้ไปจริงๆ ไม่ได้โม้ 5555+++
.
.
7. การพูดถึงรถยนต์ที่มี พยายามหลีกเลี่ยงการบอกกว่าถึงการถอยรถใหม่
จะป้ายแดง ป้ายดำ ป้ายเหลือง หรือป้ายหน้า ก็แล้วแต่
.
.
ไม่ต้องบอกรายละเอียดมาก ไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปทุกซอกทุกมุมในรถ
((เพราะคุณไม่ได้จะประกาศขายรถ))
.
.
เพราะนั่นไปเพิ่มความหมั่นไส้ แก่คนอ่านได้
.
.
แนะนำว่า หากรถคุณโดนเฉี่ยว โดดชน โดนทุบ
รถคว่ำ รถเสีย เกียร์หลุด เพลาสะดุด แม็กสะดุ้ง
หรือโดนตำรวจจับข้อหาใดข้อหาหนึ่งเกี่ยวกับการขับรถ
.
.
ให้มาลงอย่างละเอียด ถ่ายรูปมันไว้ทุกมุม
เพราะนั่นจะเป็นการ เพิ่มความสะใจและสมน้ำหน้าจากคนอ่านได้เป็นอย่างดี
5555+
.
.
8. ไดอารี่ของคุณ จำเป็นต้องลงรูปคุณบ้างเป็นครั้งเป็นคราวบ้าง
บางคนลงรูปตัวเองแมร่งทุกวัน อันนี้ไม่ว่ากัน
.
.
แต่บางคน ไม่เคยลงรูปตัวเองเล๊ยยยยย
หรือบางคน ลงก็ลงแต่แบบเบลอๆ ลงให้คนอื่นเข้าใจว่าสวยว่าหล่อไปซะงั้น
.
.
เพราะการที่คุณไม่ลงรูปเลย คนอ่านจะสรุปเอาเองว่า
คุณมันเป็นคนไม่มีตัวตน หรือไม่งั้นก็หน้าตาอุบาด อย่างเหี้ย ถึงไม่กล้าลงรูปตัวเอง
.
.
บางคนอาจโดนลามปามถึงขั้นโดนว่า แมร่งสร้างภาพ
เขียนได ซะจนกรุคิดว่าเป็นเจ้าหญิง เจ้าชาย มาจากวังไหน
.
.
9. การที่คุณเขียนได จำเป็นอย่างยิ่งว่าคุณควรเปิดเผยตัวเอง
ต่อที่สาธารณะบ้าง เช่นนัดเจอคนเขียนได ด้วยกัน นัดเจอเพื่อนๆที่ชอบอ่านไดคุณ
.
.
หรือไปเที่ยวแหล่งที่เค้าพบปะสังสรรค์กัน
.
.
เพราะจะเป็นการยืนยันได้ว่า คุณนั้นมีตัวตนนะ
แล้วตัวจริงกะในรูป หรือภาษาเขียนที่คุณใช้ ก็มาจากตัวคุณจริงๆ
ไม่ได้ Fake ไม่ได้สร้างภาพ ไม่ได้บรรยายอะไรเว่อร์เกินไป
.
.
10. การแอคติ้งถ่ายรูป แล้วเอามาลง
ไม่ควรทำท่าแอ๊บแบ๊ว เกินหนังหน้าตัวเอง จนเกินไป
.
.
การทำมุมหล่อ มุมสวยจนเกินเหตุ ก็ไม่ดีนัก
เพราะว่า ถ้าเค้าเห็นตัวจริง เอ่อ...มันสะเทือนใจนะ อย่าทำเลย
.
.
ถ้าเอารูปที่อุบาดๆ มาลง คนอ่านจะชอบ เพราะอุบาดลูกตาดี
บางทีจะได้เป็นที่สร้างความครื้นเครงกับคนในหมู่คณะได้
.
.
ถือว่าได้ทำบุญ ทำให้คนอื่นมีความสุข 5555+
.
.
11. หากคุณมีความรัก มีแฟน ละก็
การอัพไดแบบหวานซะหยดย้อย จะเป็นที่อิจฉาของคนอ่าน
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบอ่านไดคนรักกันเท่าไหร่ มานนนเลี่ยนนนนนน
.
.
แต่ลองคุณอัพไดว่าคุณมีปัญหากะแฟน จะเลิกกัน ทะเลาะกัน
ตบกัน ฆ่ากัน หรือโดนแฟนทิ้งละก็ ไดคุณจะเป็นที่น่าสนใจขึ้นมาทันที
.
.
แล้วถ้าเป็นไดพวกแฉรักสามเส้าพวกนี้ ไดคุณจะเป็นที่นิยมอ่านกันมาก
เพราะคนส่วนใหญ่ มักจะสะใจเมื่อเห็นความร้าวฉาน และแอบแช่งให้มันเลิกกันๆๆๆ
.
.
12. การอัพได ถึงวันเกิดของตัวเอง ของแฟน หรือวันครบรอบที่คบกัน
ไม่ว่าจะ 1 เดือน 1 ปี หรือ 10 ปี จะมีคนเข้ามาอวยพรให้ ไม่ต้องกลัว
.
.
แม้ว่าคุณจะอัพยาว พล่ามสาธยายถึงความรัก
ปานจะแกะเล็บขบดมที่คุณมีต่อกันแค่ไหน
.
.
แต่คนอ่านจะเมนท์สั้นๆแค่ว่า....รักกันนานๆนะค่ะ.....
.
.
อ้อ...การเอาของขวัญวันเกิด ปีใหม่ วาเลนไทน์ ที่เป็นแฟนให้ หรือให้แฟน
ไม่ต้องพูดถึงราคานะค่ะ 5555+
พูดถึงเรื่องของประโยชน์ที่ได้และความดีใจจะปลอดภัยจากข้อหาโดนหมั่นไส้มากกว่า
.
.
13. 99% ของการเขียนได คุณต้องเขียนเรื่องการไปรับประทานอาหารตามร้านนี่ นั่น โน่น
ตั้งแต่ระดับภัตตาคารหรู ยันร้านหมูกะทะ หรือส้มตำข้างทางกันเลยทีเดียว
.
.
ไม่ผิดปรกติค่ะ ถ้าไม่เขียน สิแปลก เพราะยิ่งกินร้านหรูๆแพงๆ ยิ่งต้องเอามาโชว์
น้อยคนนัก ที่จะเอาภาพส้มตำปูปลาร้ามาลง เพราะมันดู low ย่ะ
((ทั้งที่ปรกติ ก็จกปลาร้าแดรกนะ แต่ถ้าไปร้านแพงๆ กรุขอโชว์หน่อย ประมาณนั้น))
.
.
14. การลงปล. เชื่อเหอะว่า 100% ของคนอ่านไดอารี่
ชอบอ่าน ปล. เพราะ ปล. มันสั้นง่าย เข้าใจเร็ว
.
.
และก็แปล๊กแปลก ไอ้ ปล.นี่แหละ มีความจริง ที่อยากระบายอยู่ในนั้นเสมอ
แมร่งจะกัดใคร ด่าใคร ประชดใคร บอกรักใคร ก็ใส่แมร่งไว้ใน ปล.นี่แหละ
.
.
เอาล่ะ....มีอีกมั๊ย??? มีอีกเยอะว่ะ คิดไม่ออก
วันนี้พอแระ กรุเหนื่อย
.
.
ปล. ขอบคุณทุกคอมเมนท์เรื่องงานค่ะ
ปล.1 ตอบรับทำงานที่ใหม่แล้ว รอเอกสาร Contact
ปล.2 ถ้าเปลี่ยนที่ทำงาน อาจไม่ได้มานั่งอัพ blog และเล่นเอ็ม แล้ว Y^Y
ปล. สุดท้ายเขียนไดเหมือนกัน อย่ากัดกัน ไม่งั้นจะโดนแฉ 5555+
.
.

๒.๑๙.๒๕๕๒

.....หยั่งเสียง กำหนดชะตาชีวิต......((ขอความร่วมมือคร๊าบบบ))

พิมมีปัญหาจะถามเพื่อนๆะ
.
จากการเฝ้าตรากตรำสัมภาษณ์งานมาหลายที่
และแล้ว ความตั้งใจของพิมก็ประสบผลสำเร็จ
.
.
แต่!!!!
.
.
มันดันเกิดมีปัญหาในจิตใจพิมเหลือเกิน ว่าตอนนี้พิมจะตัดสินใจยังไงดี
.
ระหว่างที่เก่ากะที่ใหม่ ที่มีข้อดีและเสียต่างกัน
.
.
ลองดนะค่ะ พิมจะเปรียบเทียบให้ดู ว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะตัดสินใจยังไง
.
ช่วยหน่อยนะ พิมมีเวลาไตร่ตรองเพียง 1 วัน พรุ่งนี้ต้องให้คำตอบแล้ว
.
.
((ก)) แทน ที่ทำงานเก่า , ((ม)) แทน ที่ทำงานใหม่
.
.
ตำแหน่ง
((ก)) sales coordinator
((ม)) sales coordinator
.
.
ลักษณะงาน
((ก)) ทำแมร่งทุกอย่างตั้งแต่แม่บ้าน sales co จัดซื้อ
ยันงานบ/ช ซึ่งไม่ได้ร่ำเรียนมาแต่ก็ต้องทำเพราะคนที่บ.น้อย
((ม)) งาน sales co เท่านั้น และ planing เพราะบุคลากรเยอะ
.
.
ที่ตั้ง
((ก)) หลักสี่ ((บ้านพิมอยู่สะพานใหม่))
((ม)) อยุธยา ((บ้านพิมอยู่สะพานใหม่))
.
.
เวลาตื่นเพื่อไปทำงาน
((ก)) 7.10 น.
((ม)) 6.00 น.
.
.
เวลาทำงาน
((ก)) จ-ศ 8.00-17.30 น. หยุด ส-อา
(ม)) จ-ศ 8.00-17.00 น. หยุด ส-อา
.
.
รูปแบบ บริษัท
((ก)) Trading ((ซื้อมาขายไป))
((ม)) Manufacturing ((ทั้งโรงงานผลิตเอง และซื้อมาขายไป))
.
.
ผลประกอบการ
((ก)) ลดลงมากกว่า 50% ตามภาวะเศรษฐกิจ
((ม)) ลดลงมากกว่า 20% ตามภาวะเศรษฐกิจ
.
.
จำนวนคนในองก์กร
((ก)) 9 คน ((คนน้อยงานหนักสุมที่เรา))
((ม)) >100 คน ((มากคนมากความ แต่งานกระจายตามตำแหน่งชัดเจน))
.
.
เงินเดือน
((ก)) XX
((ม)) +20% ((หลังโปรเพิ่มอีก +10%))
.
.
การเพิ่มเงินเดือน
((ก)) อดีตมีปีละ 2หรือ4หรือ6% ปัจจุบันไม่มี ((มีแต่จะลด))
((ม)) ยังไม่รู้แน่นอน
.
.
โบนัส
((ก)) อดีตมีปีละ 200% ++ พิเศษ ปัจจุบันไม่มีเหี้ยอะไรเลย
((ม)) ยังไม่รู้แน่นอน
.
.
ค่าการเดินทาง
((ก)) 30-40 บาท ((ขับรถเองเป็นค่าแก๊ซ))
((ม)) 50-60 บาท ((นั่งรถตู้ไปลง ฟิวเจอร์แล้วมีรถรับ-ส่ง บริษัทที่นั่น))
.
.
ค่าอาหาร
((ก)) ตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไป 30-35 บาท
((ม)) ที่โรงอาหารโรงงาน ราคา20-25 บาท
.
.
สวัสดิการ ประกันหมู่ ประกันสุขภาพ กองทุนสำรอง ประกันสังคม
((ก)) ไม่มี มีแต่ประกันสังคมก็หรูแระ
((ม)) มี หมดทุกอย่าง
BOSS
((ก)) ผู้ชาย- ชาติ-K งก เห็นแก่ตัว แบ่งชนชั้นวรรณะ งี่เง่า
((ม)) ผู้ ญ -ชาติ สิงคโปร์ นิสัยไม่รู้
.
หัวหน้า
((ก)) ผู้ชาย- ใจดีโคด
((ม)) ผู้ ญ นิสัยไม่รู้
.
salesman คนดิวงานด้วย
((ก)) มีแต่ ผู้ชาย ด่าได้ เพราะสนิทกันแล้ว สบายๆ
((ม)) มีแต่ ผู้ ญ นิสัยไม่รู้ แต่ปัญหาแมร่งคงเยอะ เชื่อเหอะ
.
เพื่อนร่วมงาน
((ก)) ช-ญ ทุกคนนิสัยดี มีน้ำใจ
((ม)) ญ ล้วน นิสัยไม่รู้
.
ความกดดันเวลาทำงาน
((ก)) ไม่มี เจอปัญหามีคน support แน่นอน
((ม)) คงเยอะอ่ะ
.
การประเมินผลงาน
((ก)) ตามใจนาย
((ม)) ตามระบบ
.
โอกาศก้าวหน้า
((ก)) ถึงทางตันแล้วพี่น้อง!!!!!
((ม)) ยังไม่รู้แน่นอน แต่เค้าอ้างว่ามี
.
ความมั่นคง
((ก)) ล่อแร่ๆ แต่คงไม่ปิดตัว มีแต่บีบให้ออกไปซะ!!!
((ม)) เรื่องจริงไม่รู้หรอก เพราะว่าตอนไปสัมภาษณ์เค้าก็บอกว่ามั่นคงแน่นอน
.
ถ้าสถาณการณ์ทางเศรษฐกิจของบริษัทเริ่มแย่มากๆ
((ก)) คงโดนลดเงินเดือน หรือถ้าปิดตัวก็โดนจ้างออก 6 เดือน ((บ.แม่ ทำแล้ว))
((ม)) ช่วงทดลองงาน โดนลอยแพ เอาง่ายๆ หรือถ้าพ้นโปร ก็คงโดนจ้างออกไม่ถึง 6 เดือนหรอก
.
เอ็นเตอร์เทน((ทานเลี้ยง-เที่ยว))
((ก)) งดทุกอย่าง
((ม)) มีเป็นประจำทุกปี
.
เล่นเน็ท , MSN
((ก)) ได้ ตามสบาย ได้ทุกเวป ทุกเวลา ทุกนาที
((ม)) ห้าม!!!
.
การแต่งตัวไปทำงาน
((ก)) ตามสบาย อยากใส่อะไรก็ใส่รองเท้าแตะ เว้นยีนส์
((ม)) ต้องมิดชิด เพื่อบังรอยสักตลอดไป แต่ยีนส์ได้
.
อิสระในที่ทำงาน
((ก)) มีไม่จำกัด แหกปาก ด่าทอ สบถ หงุดหงิด กินหนม อู้ แอบไปหลับ
((ม)) ระเบียบคงเยอะเพราะเป็นโรงงาน
.
.
ความรู้สึก ทัศนะคติในการทำงาน
((ก)) ไร้ความรู้สึกบวกมีแต่จะลบ ((เพราะทำมานานอยู่ตัว แต่เซ็งๆ))
((ม)) ตื่นเต้น ท้าทาย ((แต่ก็แอบกลัวการเปลี่ยนแปลง))
.
.
ทอม ((อาหารตา))
((ก)) ไม่มี
((ม)) ไม่รู้ ((แต่แอบคิดว่าเป็นโรงงานน่าจะมี อิอิ))
.
.
เนี่ยแหละ ทำให้พิมตัดสินใจอยู่
Y^Y
.
.
ตัดสินใจยังไม่ได้คร๊าบบบบบ
.
.
ลองช่วยๆหน่อยนะ ^^"
.
.
อย่าหาว่า ชีวิตตัวเอง ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยนะ
ไอ้รู้หนะ มันรู้ แต่มันลังเลไง เลยอยากรู้ว่าถ้าเป็นคนอื่น เค้าจะตัดสินใจยังไง
.
.
ตอนนี้บอกได้เลยว่า 50-50 ยังไม่โอนเอียงไปทางใด
แม้บางคนจะอ้างถึงตัวเงินที่ได้รับเพิ่มมาก็ตาม
.
.
ขอบคุณคร๊าบบบบ
.
.

๒.๑๘.๒๕๕๒

.....แค่มรึงกะกรุ ก็พอ.....

เก่าไปมั๊ย
จะเล่าว่า วันวาเลนไทน์ เป็นไงมั่ง
.
.
เห็นคนอื่นเค้าอัพเรื่องนี้
เอาว่ะ...อัพมั่งดีกั่ว
.
.
และนี่ก็เป็นวาเลนไทน์แรกของพิมกะสามีคนนี้
((เอ๊ะ!!! ยังไง????))
.
.
ก็เป็นธรรมดา วาเลนไทน์ปีแรก ก็อยากจะทำอะไรดีๆ ทำอะไรเซอร์ไพรส์
แต่!!!!
.
.
ใจเย็นไปหน่อย
ไอ้ที่ตั้งใจว่าจะทำให้ เสร็จไม่ทัน
เลยอด!!! ไอ้สิ่งนั้นไป
.
.
ก็เอาว่ะ พื้นๆละกัน
เริ่มจากหาสิ่งที่เค้าชอบก่อน
.
.
มีหลายอย่างนะ แต่มาลงตัวที่
ของใช้ snoopy แหละ .
.
ตั้งใจคิดว่า ต้องหาง่ายแน่ๆ
เดินไปดูที่ห้างดีกว่า น่าจะเยอะ
.
.
แต่ขอโทษเหอะ แมร่ง!!!หายากฉิบหาย
.
.
เลยได้มาเป็นของใช้ น่ารักๆ .
.
แล้วก็แก้วใบใส พร้อมตุ๊กตา หน้าตาประหลาด
พร้อมข้อความ ขำๆข้างแก้วว่า
.
.
....ความน่ารัก ของเธอโดนใจฉัน
ดูซิมันเป็น “รู” แล้วรู้ไหม
รีบส่ง “รัก” มา ปิด “รู” เสียไวๆ
เนี่ยหัวใจเป็น “รูยั๊ก” อ่ะ "รัก" YOU….
.
.
เออ...ไม่รู้จะให้อะไร ในเวลากระชั้นอย่างนี้
.
.
งานนี้เซอร์ไพรส์ เวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว
ให้เค้าไปเปิดหาเองที่ท้ายรถ หึหึหึ
.
.
ส่วนพิมนั้น บอกเค้าไว้แล้วว่า
วานเลนไทน์ ไม่อยากได้อะไร
((ไม่ใช่ ในชีวิตมีหมดแล้วทุกอย่างหรอก - - เพราะยังมีฐานะยากจนอยู่ อิอิ))
.
.
แต่แค่ ดอกกุหลาบ เพียง 1 ดอก
ก็พอ พอแล้วจริงๆ
เพราะก็ไม่รู้จะอยากได้อะไรนักหนา นี่หว่า
ได้อยู่กะคนที่รัก ได้อยู่กะหมาๆที่รักก็พอแล้วว่ะ
.
.
เซอร์ไพรส์ของเค้าคือ....
.
.
เช้าวันวันเลนไทน์
เมื่อพิมลืมตางัวเงียตื่นขึ้นมา
ก็เจอกุหลาบช่อเล็ก สีแดง 1 ดอก วางอยู่ที่หมอน
.
.
หึ หึ หึ เซอร์ไพร้ส์ จริงๆ
เซอร์ไพรส์ แบบทั้งที่ยังเมาขี้ตาอยู่เลย -_-“
.
.
พอเห็นกุหลาบ จากนั้นพิมก็.......หลับต่อ ZZZzzzzz…
((เพราะยังแฮ๊งค์ จาก party เมื่อคืนวัน ศ ^^))
.
.
ขอบคุณค่ะที่รัก วาเลนไทน์ หรือวันไหน
เราก็รักกันแหละ วันวาเลนไทน์ ก็เป็นแค่อีกวัน
ที่ชาวโลกอุปโหลกขึ้นมา เท่านั้น
.
.
แต่ที่สำคัญ
พิมยังคงช่วยรักษาสถิติการเสียตัวแห่งชาติ
ในวันวาเลนไทน์ไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องนะค่ะ
อิอิ ^^
.
.
มาต่อกันด้วยวัน ส วันแห่งความรักในยามค่ำคืน
ไม่มีไรมาก ไปเที่ยว ณ สถานที่แห่งหนึ่งย่าน RCA
((เออ...ที่เดิมนั่นแหละ จะมีปัญญาไปไหนว่ะ))
.
.
ก็เพราะยังแฮ๊งค์อยู่ ก็เพราะรู้สึกไม่สบาย
ก็เพราะรู้สึกปวดหัว ก็เพราะรู้สึกว่าคนเยอะไป
ก็เพราะกินเหล้าไม่ค่อยได้ ก็เพราะตอนเช้าวันรุ่งขึ้นต้องไปธุระ
หรือออออ.......ก็เพราะแก่แล้วววววว
.
.
เลยทำให้วันนั้น อิพิมไปยืนอยู่เฉยๆ
ไม่ dance และจิบเหล้าพอประมาณ
((ไม่ได้แดรกเยอะอย่างที่ใครๆ หมายหัวไว้หรอก))
.
.
ส่วนวันอาทิตย์
เรามีธุระกัน อื้ม...ไอ้ธุระที่ว่า
ก็คือเรื่องทำมาหากิน น่านแหละ
.
.
ทำไงได้ เกิดมาจน หนี้สินเยอะ
เลยต้องดิ้นรน หาทางหาตังก์มาเอาไว้ซื้อข้าวสารกรอกหม้อ
เพราะยังมีอีก 4 ชีวิตอยู่ข้างหลัง
.
.
หึ หึ หึ
.
.
โชคดีที่สุด ที่ได้คู่ชีวิต คอยก้าวเดินและพร้อมไปด้วยกัน
ไม่ว่าเราจะพากันลำบากแค่ไหนก็ตาม
.
.
ขอเพียงมีแค่เราก็พอ ((เน่าเนอะ))
เออ....ขอแค่มีมรึงกะกรุ ก็พอแระว่ะ....
.
.
เราพากันไปขายเสื้อผ้ามือ 2 ((เสื้อผ้าที่ใช้แล้วของตัวเอง))
ที่ตลาดปัด-วิ-กอน((เขียนยังไงไม่รู้ว่ะ แต่กรุเขียนงี้แหละ การศึกษาน้อย 5555+))
ที่ลองไปเพราะตามคำแนะนำจากเพื่อนค่ะ
.
.
เสื้อผ้าที่ได้มา ก็มีทั้งของตัวเอง และของน้องที่ทำงาน
วันแรกเราขายกัน ก็ได้หลายบาทเกินคาดอยู่
((เล่นเอาหายเหนื่อย และใจชื้น มีกำลังใจขึ้นมาเลยทีเดียว))
.
.
งานนี้เลยมีคนสนใจฝากเอาเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาขายด้วย
แต่ต้องรอคิวหน่อย เพราะล่าสุดที่ได้มาจากเพื่อนอีกคน ก็ขายได้เป็นเดือนเลย
หึ หึ หึ
.
.
ใครสนใจ อยากฝากพิมเอาเสื้อผ้ามือสองของคุณและของคนในครอบครัว
ไปฝากให้พิมขาย ก็ติดต่อพิมได้นะค่ะ ยินดีรับถึงที่ อิอิ ^^
.
.
ขอให้เป็นเสื้อผ้าที่คุณไม่เอาแล้ว ตัดใจแล้วจริงๆ แต่สภาพยังดี
ก็ใช้ได้แล้วค่ะ
.
.
ส่วนผลประโยชน์ก็ 50-50 นะจ๊ะ
.
.
แต่บอกไว้ก่อน ตลาดนี้ ขายของราคาแพงไม่ได้
เพราะถ้าตั้งราคาสูง ก็ไม่ใครสน หรือแม้แต่จะหยิบขึ้นมาดูหรอก
.
.
พิมจะบอกกะคนที่มาฝากขายที่เป็นเพื่อนๆทุกท่านให้ทราบแล้วว่า
คนที่อยากฝากขาย อย่าคาดหวังกะยอดเงินที่จะได้รับนะค่ะ
อย่าคิดถึงตอนที่ซื้อมาเป็นร้อย เป็นพัน แต่ตอนขายได้ไม่ถึง 40 บาท
.
.
เพราะถ้าคิดแบบนี้ คงต้องเก็บสะสมไว้อย่างเดิม
หรือเอาไปบริจาคดีกว่า สบายใจกว่านะ
.
.
และเมื่อตอนเย็นของวันนั้น ก็มีเพื่อนแวะไปหา
พร้อมฝากของขวัญไว้ให้ เป็นตุ๊กตาพวกกุญแจ พร้อมกระเป๋าตังก์เล็กๆ
((ขอบคุณแกนะ))
เด็กแวนซ์ตั้งชื่อว่า “เฉาก๊วย”
.
.
ปล. ขอบคุณเด็กแว๊นซ์ ที่พิมมีตะเองอยู่ด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น
ปล.1 ขอบคุณกับกำลังใจดีๆ ที่มีตะเองอยู่ข้างๆ
ปล.2 ขอบคุณที่แบกของหนักแทนพิมทุกอย่าง
ปล.3 ขอบคุณที่หาข้าว หาน้ำ หายาให้กินทุกครั้ง
ปล.4 ขอบคุณที่รักลูกๆอย่างบริสุทธิ์ใจ
.
.
อ้อ!!! อยาก ปล.อีก
มีหลายเรื่องเกิดขึ้น มีหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิต
มีหลายสิ่งที่ทำให้รับรู้ ((และคุณๆเองก็รู้ว่าเรื่องอะไร))
.
.
และเพราะการแสดงออกของแต่ละคนย่อมต่างกัน
ทุกคนมาจากต่างพื้นฐานของชีวิต
ตราบใดที่เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ย่อมไม่ผิด
.
.
การตำหนิติเตียน เป็นเรื่องธรรมดาโลก
การติฉินนินทา เป็นเรื่องอนิจจัง
.
.
พิมคงสื่ออะไรไปไม่ได้มากกว่านี้
เพราะอย่างที่รู้ๆกัน
เพราะถ้าอย่างพิมจะสื่อให้มันออกมาอีกรูปแบบนึง
มันจะ สถุลและไร้สกุล อยู่ไม่น้อย
.
.
แต่ก็เท่านั้นแหละ
.
.
ครั้งนึง พิมเคยเขียนในไดอารี่เลสล่าไว้
เป็นประโยคที่มี คนอ่านท่านนึงชอบมาก
และเธอก็ได้เอาประโยคนี้ขึ้น topic เลยทีเดียว
และพิมก็ชอบเช่นกัน
พิมเขียนไว้โดยที่ไม่คิดว่ามันจะไปโดนใจใครหรอก ว่า...
.
.
....เพราะพิมก็เป็นคน คนหนี่ง
โปรดให้เกียตริ ในศักดิ์ศรีของความเป็นคนคนหนึ่งของพิมด้วย.....
.
.
ขอบคุณค่ะ
.
.
ทิ้งไว้อีกนิด
.
.
แต่ละคน ใช้ชีวิตในแบบที่ย่อมแตกต่าง
แต่ละคน ย่อมมีทางเดินของตนเอง
แต่ละคน มักจะมีพื้นที่ส่วนบุคคลเสมอ
และ blog นี้ก็เช่นเดียวกัน มันเป็นพื้นที่ของกู!!!!
.
.

๒.๑๓.๒๕๕๒

......ฉันมันก็แค่ ดี้แก่ๆ.......

เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้
.
.
เรื่องย่อ
หลังพายุเฮอร์ริเคนแคทรินาพัดถล่มนิวออร์ลีนส์ หญิงชรา เดซี (เคต บลานเชตต์)
นอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาล
.
.
มีลูกสาววัยผู้ใหญ่ของเธอ แคโรไลน์ (จูเลีย ออร์มอนด์) อยู่เคียงข้าง
.
.
เดซี ขอให้ แคโรไลน์ ช่วยอ่านบันทึกส่วนตัวเล่มหนึ่งให้ฟัง
มันคือบันทึกส่วนตัวของ เบนจามิน บัตตัน (แบรด พิตต์)
.
.
บันทึกส่วนตัวเล่มนั้นเล่าถึงชีวิตอันแปลกพิสดารของ เบนจามิน
.
.
ผู้ซึ่งมีอายุถอยย้อนกลับ เขาเกิดมามีร่างกายเสมือนคนชรา และป่วยเป็นโรคชราหลายต่อหลายโรค
จนมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะรอดชีวิต
ทว่าเขาก็รอดมาได้ และยิ่งเด็กลงเรื่อยๆ เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป
.
.
คุณยายของ เดซี พักอาศัยอยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง
เดซี ได้พบ เบนจามิน ครั้งแรกที่นั่น .
.
แม้จะแยกจากกันไปนานหลายปี แต่ เดซี กับ เบนจามิน ก็ยังคงติดต่อกันมาตลอด
และได้พบกันอีกครั้งในช่วงอายุขึ้นเลข 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อายุของพวกเขาเหมาะเจาะตรงกันพอดี
.
.
แคโรไลน์ รู้สึกว่าเนื้อหาบางส่วนของบันทึกนั้นอ่านยากยิ่ง
โดยเฉพาะส่วนที่บอกเล่าถึงช่วงเวลาที่ เบนจามิน กับ เดซี ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
และ เดซี แก่ชราลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ ขณะที่ เบนจามิน ดูอ่อนเยาว์ขึ้นทุกที
.
.
พิมมีหลายอย่างจะบอก สำหรับหนังเรื่องนี้ ** หมายเหตุ ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว**
.
.
- เรื่องนี้คือ ผลงานเข้ารอบชิงออสการ์ครั้งที่ 81 มากสุด 13 สาขา
.
- ค่าตั๋วหนัง ทุกที่นั่งคิดเพิ่ม +10 บาท เพราะเป็นหนังชิงออสการ์ ((เกี่ยวมั๊ย???))
.
- พิมว่า ถ้าหนังได้รางวัลมาครองไม่ว่าจะกี่รางวัลละก็ คิดว่าจะ + เพิ่มรางวัลละ 20 บาท แน่ๆ อิอิ
.
- หนังมีความยาว 166 นาที ((เกือบ 3 ชม.นั่นแหละ ตูดบานเลย))
.
- เอฟเฟคการแต่งหน้าจากเด็กไปแก่ ของนางเอก เคต บลานเชตต์ และจากแก่ไปด็กของพระเอก แบรด พิตต์ รับรองสุดย๊อด
.
- ใครเกิดไม่ทันและนึกไม่ออกว่า สมัย แบรด พิตต์ เป็นหนุ่มวัย 20 ต้นๆ เค้าจะเป็นไง ได้เห็นแน่ ((บอกได้คำเดียว หล่อม๊ากก))
.
- หนังเรื่องนี้ ดูแล้ว รู้สึกปลงกับคำว่า เกิด แก่ เจ็บตาย
.
- ความไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ความเปลี่ยนแปลง และความรักที่มั่งคง คือสิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้
.
- บางที เซ็กส์ ควรจะมีเมื่อถึงเวลาเหมาะสม
.
- หนังดูอบอุ่น ไม่ได้ดูแล้วเศร้าน้ำตาคลอ แต่ดูแล้วทำให้รู้สึกอิ่มเอม และอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
.
- มีประโยคเด็ด ที่จำได้และประทับใจคือ “คุณจะยังรักชั้นมั๊ย ถ้าวันนึง ร่างกายชั้นมีแต่ริ้วรอยแห่งความเหี่ยวย่น”
.
- การดูแลคนรัก และโอบกอดเค้าไว้จนวินาทีสุดท้าย มันช่างน่าประทับใจเสียจริงๆ
.
- จบออกมาจากการดูหนัง มันจะทำให้เรารักคนข้างๆมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
.
.
นี่คือส่วนนึงเท่านั้น ที่พิมได้จากหนังเรื่องนี้ ส่วนใครๆที่คิดว่าจะไปดูหรือไม่ ก็แล้วแต่ท่านค่ะ
.
.
พิมตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องนี้ เพราะมีสิ่งหนึ่ง ที่พิมอยากรู้ อยากเห็น
พิมอยากรู้ว่า ความแตกต่างเรื่องวัย สำหรับคนที่รักกันนั้น จะเป็นอย่างไร ในมุมมองของภาพยนต์ .
.
เพราะชีวิตจริง ตอนนี้ พิมก็คือ 1 ในคู่รัก ที่ต่างวัยกันเหลือเกิน บางครั้งก็คิดนะ คิดว่าเราต่างกันจน ((พิม)) อดที่จะใจหาย ไม่ได้ .
.
พิมจะเล่าให้ฟัง ถึงเหตุการณ์ครั้งนึงที่เกิดขึ้นระหว่างเรา พิมและเด็กแวนซ์
.
ถึงความแตกต่างทางธรรมชาติ ที่เราไม่อาจเลี่ยงได้ .
.
ไม่นานมานี้ วันนึง ขณะที่เราเดินทางกลับจากบ้านของครอบครัวเด็กแวนซ์
.
เราพาลูกๆทั้ง 4 ตัวไปด้วย
.
ขากลับเด็กๆ ทั้ง 4 พอขึ้นรถปุ๊บ ก็หลับปั๊บ เพราะความเหนื่อยล้าจากการเล่นซนทั้งวัน -_-"
.
.
ขณะอยู่ในรถ เด็กแวนซ์ถามพิม อย่างอารมณ์ดี ปนขำ ขึ้นมาว่า
. เด็กแว๊นซ์.....ตะเอง ได้ยินเสียงพี่หริ่ง กรนหรือเปล่า ^^ สงสัยจะเหนื่อยมาก นอนกรนเลยลูกกรุ....
.
พิม ((ส่ายหัว))....ไม่ได้ยินค่ะ กรนเลยเหรอ พี่หริ่งง่ะ สงสัยจะเหนื่อยจริงๆเนอะ... .
.
พร้อมกันนั้น พิมก็หรี่ เสียงเพลงในรถ ขับช้าๆ ให้เครื่องเบาๆ และพยายามเงี่ยหูฟัง
.
แต่!!! พิมก็ไม่ได้ยินอะไร
.
.
พิม...ไหน???? ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย….
.
เด็กแว๊นซ์.....เอ้าก็นี่ไง๊!!! กรนครอกๆเนี่ย…. .
.
พิมยังส่ายหัวไม่ได้ยิน
.
แต่คราวนี้พิม เงี่ยหูก้มต่ำลงไปอีก หวังว่าจะได้ยินเสียงเบาๆนั้น
.
.
แต่ก็เท่านั้นค่ะ พิมไม่ได้ยินอะไรเลยด้วยซ้ำ .
.
เด็กแว๊นซ์ ก็งง แล้วก็พูดย้ำอยู่นั่นแหละ
.
.
เด็กแว๊นซ์.....นี่ไงๆ กรนอยู่เนี่ย... .
.
แต่ก็นั่นแหละค่ะ พิมไม่ได้ยินอะไรหรอก
.
พิม.....ตะเอง เค้าแก่แล้ว เค้าไม่ได้ยินหรอก หูเค้าคงตึงไปบ้างแล้วมั้ง ^^”
.
. เด็กแวนซ์....อืม...สงสัยจะแก่จริงๆนะเนี่ย ^^ .
.
เราต่างพากัน ขำในอาการหูเสื่อมสมรรถภาพของพิม
..
และพูดหยอกล้อกันขำๆว่า
.
.
“เมียผม พออายุมากขึ้นๆทุกอย่างก็เหี่ยวย่นหมด ยกเว้น มีตึงอยู่อย่างเดียว คือ หู”
.
.
5555+
เหมือนจะขำนะ พิมก็ขำค่ะ
.
แต่พิมก็ไม่วาย บอกอะไรให้เด็กแวนซ์รู้ถึงความจริงและธรรมชาติของมนุษยให้เค้าฟัง .
.
พิมบอกเค้าว่า
.
.
.....ตะเอง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ พิมอายุมากพอควรแล้วเลย 30 มาแล้ว
.
.
สมรรถภาพทางการได้ยินของพิม
.
.
หรือของใครๆก็ตามที่อายุขนาดนี้ จะลดลงตามธรรมชาติ
.
.
ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนอายุน้อยๆ 20 ต้นๆ อย่างตะเอง
.
.
จะได้ยินเสียงอะไรเบาๆ ในขณะที่พิมไม่ได้ยิน
.
เพราะประสาทรับรับรู้ความถี่เสียงของเราต่างกัน
.
.
เราเคยดู รายการๆนึงด้วยกัน ทางทีวี จำได้มั๊ยของเกาหลีง่ะ
.
.
((เด็กแวนซ์พยักหน้า...จำได้คับ จำได้)).
.
.
ที่เค้าเอาคนอายุต่างกันมาทดสอบเรื่องการได้ยิน
.
.
เค้าก็บอกไว้ ว่าคนอายุต่างกัน จะได้ยินอะไรต่างกัน
.
.
ถ้าเป็นเด็กๆ จะได้ยินอะไรในความถี่เสียงที่ดีว่า คนอายุมากกว่า
.
.
นี่ไง พิมอายุมากกว่าตะเองตั้งเกือบ 10 ปี เค้าก็เลยไม่ได้ยินที่ตัวเองได้ยินไง….. .
.
เราต่างพากันจบการสนทนาเรื่องนี้ อย่างขำๆ ปนวิชาการ
.
.
แต่ก็นั่นแหละ มันก็ไม่วายทำให้พิมอดคิดถึงเรื่อง กาลเวลาไม่ได้
.
.
พิมไม่ได้กลัวความแก่ พิมไม่ได้กลัวความตาย พิมไม่ได้กลัวโดนทิ้งเมื่อยามชรา
.
.
หากแต่พิมมันจะเตือนความจำ ของตัวเองและของเด็กแวนซ์ตลอดว่า
.
.
วันนึงพิมก็จะเป็นได้แค่ดี้แก่ๆคนนึงเท่านั้น
.
.
อีกซัก 10 ปีข้างหน้า พิมหรือใครๆก็ไม่อาจจะรู้อะไรได้
.
.
10 ปีข้างหน้า ไม่ว่าเราทั้งคู่จะอยู่ตรงมุมไหนของแผ่นดินก็ตาม
.
.
แต่อีก 10 ปีข้างหน้า
.
.
เด็กแว๊นซ์จะเป็นเพียงทอมที่เข้าสู่วัย 32-33
.
.
วัยที่กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังของชีวิต
.
.
ยังมีพลังอีกเหลือเฟือในการเดินไปข้างหน้าเพื่ออนาคต
.
.
แต่พิม หญิงวัยกลางคน ที่อายุ ย่าง 41-42
.
.
.
อืม......มันต่างกันนะ ต่างกันจริงๆ
.
.
พิมไม่เคยต่อต้าน กับการเดินทางของความชรา
.
.
พิมไม่ได้หวาดหวั่นต่อความเป็นจริงของมนุษย์
.
.
แต่พิม แค่อยากรู้ว่า วันนึงเราเป็นอย่างนั้น
.
.
ใครกันที่จะอยู่ข้างเราและพร้อมที่จะดูแลกันและกัน
นั่นสิ ใครกัน????
.
.
ฮิ้วววววววว คมๆ ปิดท้ายวันวันนี้ Before Valentine
.
.
พร้อมเพลง วัยทองรำลึก ของ ว่านAF2 ที่เด็กแวนซ์ มักให้ฟังบ่อยๆ
.
.
ทั้งร้องให้ฟังเอง เล่นกีตาร์ให้ฟัง
.
.
ทั้งเปิดให้ฟังจากมือถือ ทั้งเปิดให้ฟังจากเครื่องเล่นเพลง
.
.
พร้อมย้ำกับประโยคที่ว่า
.
.
“....ยังไงก็รักเธอยายแก่.....”
.
.
^^
.
.
v
v
v
v

๒.๑๑.๒๕๕๒

.....Underworld Collection DVD + เกษตรแฟร์......

จากที่เล่าเมื่อวาน
.
.
ว่าวันก่อนไปดูหนังเรื่อง Underworld 3
.
.
ไอ้พิมง่ะก็จำไม่ได้หรอกว่าก่อนหน้านี้ได้ดูเรื่องนี้ในภาค 1-2 หรือยัง???
แต่คิดว่าดูแล้ว ((น่าน...คิดเอาเองด้วย))
.
.
แต่พอไปดูภาค 3 จบปุ๊บเท่านั้นแหละ
ก็เริ่มรู้ตัว ((ถึงจะรู้สึกช้าไปหน่อยเหอะ))
ว่า.... “เออ...สงสัยจะยังไม่ได้ดูว่ะ”
((ไม่ต้องสงสัยแล้วแหละพิม...มรึงยังไม่ได้ดูจริงๆ))
.
.
ก็เดือนร้อนถึงเด็กแว๊นซ์ เพราะว่าอยากดู ภาค 1-2 ขึ้นมาซะงั้น -_-“
.
.
โชคดี ที่พอเด็กแว๊นซ์พอได้ดูภาค 3 แล้ว ก็เกิดอยากจะซื้อ ภาค 1-2 เก็บไว้อยู่แล้ว
เพราะติดใจใน ฉากเลิฟซีนอันสวยงาม ของภาค 3 ((ถามว่า.....เกี่ยวมั๊ย????))
.
.
เมื่อวาน เราก็เลยได้ฤกษ์ถอยแผ่น DVD ของ Underworld ทั้ง 2 ภาคมาเก็บไว้
ใน Package สวยหรูมีระดับ ((พูดเว่อร์ไปงั้นแหละ แหะๆ ^^”))
.
.
แต่เค้าก็ทำเป็น collection ไว้ล่อตาล่อใจอย่างแรงค่ะ
ราคาก็ไม่แพงเลย เพียง 300 กว่าบาทเท่านั้น ((กว่าเท่าไหร่จำไม่ได้ เพราะไม่ได้จ่ายตังก์))
.
.
หมายเหตุ : อ้อ...จะบอกว่า ถ้าซื้อในช่วงนี้
จะได้ตั๋วดูหนังฟรีดู Underworld 3 ตั้ง 2 ใบนะค่ะ
แต่ถ้าไม่เอาเป็นตั๋วหนัง ก็จะได้เสื้อยืดสีดำ Underworld หรือ DVD เรื่องอื่นๆมา 1 เรื่อง
((พิมกะเด็กแว๊นซ์ เลือกเอาเสื้อยืดค่ะ แต่ของหมด Stock ต้องไปรับทีหลัง))
.
.
เห็นมั๊ยล่ะ ออกจะคุ้ม
.
.
แต่ความจริง ก็ไม่ได้ซื้อแค่ Underworld เรื่องเดียวหรอก
แหะๆ ^^”
.
.
เพราะว่า ไปเจอ หนังที่เค้าเอามา sales อีก
((พิม)) หยิบติดมือมาอีก 2-3 เรื่อง
.
.
ขากลับเด็กแว๊นซ์พูดขึ้นมาลอยๆ
((แต่แอบให้กระทบ กระดูกก้นหอยในรูหูของพิมแหละ หึหึ _*_))
ว่า....ไม่เป็นไรคับ 700 เอง
.
.
เอ้อ...เห็นม๊ะ!!!! ช่ายๆ คุ้มนะ หนังที่พิมเลือกมาง่ะ ดูกี่รอบก็ได้ ก็ดูเรื่องละซัก 10 รอบก็เกินคุ้มแล้ว
เชื่อเหอะ ^^”
.
.
พิมเหรอ พอได้หนังปั๊บก็ให้เด็กแว๊นซ์เปิดให้ดูปุ๊บ
อย่างสนุกสนานตื่นเต้น ((คนเดียว))มากมาย
.
.
เพราะ อิคนที่ดูแล้ว เค้านอนเป็นเพื่อนดูอย่างนี้ค่ะ
v
v
v
.
.
ปล. เด็กประจำแผนกขายซีดี ที่โลตัสหลักสี่ เป็นทอมรูปร่างหน้าตาน่ารักมาก อิอิ
((แวะไปใช้สายตาแทะโลมได้ พิมอนุญาติค่ะ ถึงพิมจะเห็นก่อนก็เหอะ 5555+))
.
.
อ้อ!!! ย้อนอดีตซักเรื่อง
.
.
หลายวันก่อน เค้ามีงานเกษตรแฟร์
ไอ้พิมง่ะ เจ้าแม่ขาประจำงานเกษตรแฟร์อยู่แล้ว
((พี่หริ่งก็ได้มาจากงานนี้แหละ))
.
.
ชอบเดินนะ
เหตุผลหลัก คือ ของกินเยอะ ของขายแยะ
เหตุผลรอง คือ ทอมก็เยอะด้วย กร๊ากๆๆๆ ^^
((จริง จริ๊งงงง เนี่ยแหละเหตุผลรอง))
ทอมงี้ เดินให้เกลื่อนเลย ((นักศึกษาวัยละอ่อนท้างน๊านนนนน))
.
.
ไปเดินวันนั้น คนเยอะ เหนื่อยเมื่อย
เพราะได้ของกินมาเต็มมือ หึหึหึ .
.
ไปงานเกษตร ถามว่าได้ต้นไม้มาซักต้นมั๊ย???
ปล๊าวววววว!!!!!! ไม่ด้ายยยยยย!!!!!! ไม่ได้ซักต้น
.
.
ได้แต่รูปเอาไว้ ยืนยันกับชาวบ้านกะเค้านี่แหละ
ว่าไปงานเกษตรแฟร์มา ไม่ใช่ Food fair นะ
อิอิ ^^”
.
.

๒.๑๐.๒๕๕๒

....นี่มันเดือนแห่งความรักแล้วสินะ....

หายไปนาน
อืม...นานมาก .
.
นานจนลืมไปเลย ว่าอยากจะเขียนอะไรบ้าง
((แมร่ง)) เยอะ!!!
.
.
เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก
แล้วอีกไม่นานก็จะถึงวันวาเลนไทน์แล้ว
.
.
คนที่มีแฟน เตรียมอะไรไว้ให้คนรักหรือยัง????
.
.
สำหรับพิม สิ่งของไม่ได้สำคัญอะไรนัก
แต่ที่สำคัญ คงต้องเป็นที่ความรัก ที่แม้อาจมองไม่เห็นด้วยตา
หากแต่สัมผัสได้ด้วยใจตะหาก
.
.
หวานแหมะ???
.
.
แต่เอาเหอะให้เข้าบรรยากาศไปงั้นแหละ อิอิ ^^"
.
.
เรื่องงาน ก็ยังคงวนเวียนไปสัมภาษณ์ที่โน่นนี่นั่น
แต่นั้นแหละ ยังคงพบแต่ความอกหัก
อิอิ
.
.
ช่างเหอะ ไม่ได้รีบอะไร
.
.
เมื่อคืนก่อน
ไปดูหนังมา 2 เรื่องซ้อน
จากเรื่องนั้น เข้าเรื่องนี้
กลับบ้าน ตี 1 กว่าๆ พอดี
.
.
Underworld 3 หนุกมาก
แต่จะให้หนุกไปกว่านี้ คงต้องดู ภาค 1 กะ ภาค 2 มาก่อน
ปริศนาหลายอย่างจะไขได้ในเรื่องนี้แหละ
.
.
นางเอก Sexy มาก
โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนกับพระเอก
แม๊!!! เห็นแล้วอยากเป็นแวมไพร์สาว
ที่ไปสมสู่กะ ไลแคนหนุ่ม ที่หน้าผา อันสูงลิบ
ประหลาดพิลึกดี อิอิ
.
.
ดูหนัง Underworld 3 จบ
ก็ไปกระชากอารมณ์ต่อด้วย
โหด หน้า เหี่ยว
.
.
เอ้อ...หนังหาสาระอะไรไม่ได้หรอก
ได้ขำอย่างเดียว
.
.
แต่ถ้าใครเคยขำมาแล้วจาก แสบฯ
((ยอร์ช เจ้าเก่า))
ก็อาจจะให้คะแนนขำได้ไม่เท่าหรอกนะ
.
.
แต่เอาเหอะ ก็ไม่ทำให้เสียดายตังก์นัก
((เพราะว่าจ่ายไปแค่ 80 บาท ต่อเรื่อง อิอิ))
.
.
จะออกโรงฯแล้วนะ ใครยังไม่ได้ไปดู
ก็รอดู VCD หรือ DVD ที่จะออกมาดีกว่ามั้ง 5555+
.
.
ส่วนอาทิตย์นี้ หนังรัก ที่อยากดูมากอีกเรื่องคือ
.
.
เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้
ผลงานเข้ารอบชิงออสการ์ครั้งที่ 81 มากสุด 13 สาขา
((สุดย๊อดดดดด))
.
.
เอาไว้ไปดูแล้ว จะมาเล่าให้ฟัง ว่าน่าดูมั๊ย
.
.
เล่าเรื่องอดีตซะหน่อย
.
.
วันนั้น ไปงานฉลองให้พี่บีย์ หนุกมาก แหกปากร้องเพลงซะจน....
.
.
ได้ของขวัญ วันเกิดย้อนหลังมาจากอิเจ๊ กะสามีอิเจ๊
เออ..น่ารักดี
“อุปกรณ์สำหรับปลดหนี้”
.
.
ออมสินนั่นแหละ
พร้อมกับเขียน วิธีใช้ข้างกล่องเสร็จสรรพ((ขำมาก))
.
.
แต่มีคำที่ใหญ่มากก็คงเป็นคำว่า “เห็นหมี”
อืม...แหล่มเลย หึหึหึ
.
.
ขอบคุณนะเจ๊ กับเจย์ กับของขวัญชิ้นนี้ ชอบมั่กๆ ((เตือนสติให้ประหยัดดี))
ขอบคุณฟ้ากะดอกไม้และการ์ด
ขอบคุณคุณ Zoxy กะกุหลาบค่ะ
.
.
ปล. ยังมีเรื่องอีกเยอะ ถ้าว่างจะเหลาให้ฟัง
ปล.2 พรุ่งนี้ไม่อยู่อีกแล้ว ไปสัมภาษณ์งาน รอบ 2 ที่ยุดยา 5555+
.
.