๑๑.๑๓.๒๕๕๑

ล๊อย ลอย กระท๊ง ลอย ลอย กระทง

เมื่อคืนไปลอยกระทงที่ไหนกันมาอ๊ะป่าวววว???
.
.
ของพิมก็เป็นประจำทุกปีแหละที่ต้องไปลอยกระทง
((เหมือนเป็นหน้าที่ไงไม่รู้ว่ะ 5555+))
ชอบ แหะๆ ชอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
.
.
จนป่านนี้แก่แล้วก็ยังชอบ
ถึงแม้ว่า คนเยอะ ดึกดื่น หนาวเย็น รถติด ยังไงก็จะไป ไป ไป
.
.
โชคดีหน่อยปีนี้ไปลอยไม่ไกลจากที่อยู่เลย
((ปรกติจะไปลอยที่คลอง 1 แต่ปีนี้เปลี่ยน!!!!ว้อย!!!))
เลยไม่ต้องไปผจญรถติดแต่เรา แว๊นๆๆๆๆไป
.
.
เราพากันไปลอยที่ “วัดพระศรีฯ” บางเขน น่านนนนเอง
โว๊ะโฮ๊ะ!!!! ของเยอะ คนแยะ จังเลยแหะ
ที่สำคัญ ทอมเด็กๆ เยอะม๊ากกกกกก เดินแทบจะชนกันตาย
((แต่กรุก็ชอบแหละ แหะๆ^^))
.
.
บรรยากาศของที่วัด แม่จ้าววว!!!เด็กๆเยอะมาก ((เด็กนศษ. วัยละอ่อนอะค่ะ))
ไอ้เราก็แก่แล้ว ไม่เป็นไร เนียนๆไป อาศัยช่วงคนเยอะเอา
.
.
ของกิน ของใช้ขายเยอะ แล้วก็ขายดีซะด้วย
.
.
ไอ้ตัวเองนะ ไปลอยกระทงมาหลายที่แล้ว
ก็ไม่เคยเตรียมกระทงไปเองหรอก
((ไปหาเอาข้างหน้าเยอะแยะ ถูกๆ 20-30 บาท))
.
.
แต่พอไปที่นี่
กรุ
คิด
ผิด
_*_
.
.
เพราะที่นี่ กระทงขาดตลาด คับพี่น้อง
คนรอต่อแถวซื้อประทงแต่ละร้านเพี๊ยบบบบบ!!!
.
.
ป๊าดดดติโธ่ะ!!! รู้งี้มานั่งทำกระทงขายซะก็ดี
((ปีหน้าลงทุนลาพักร้อน 1 วัน ทำกระทงขายดีฝ่า 555+))
.
.
ได้ข่าวจากผู้มาร่วมงานก่อนหน้า คุณเต้ย ฐพัช และคุณ 2t
บอกว่าถ้าจะซื้อกระทง แนะนำให้ต่อคิวซื้อข้างนอกได้เลย
เพราะข้างใน ราคากระทง ถีบตัวสูงไปถึงที่ 100 บาท Y^Y
.
.
หึ หึ หึ _*_ กระทงใบละ 100
บ้าไปแล้ว พี่น้องคร๊าบบบบ
.
.
พิมก็เลยเดินวนแมร่งรอบวัด เดินดูโน่น ดูนี่ ไปเรื่อยๆ
((สอดส่ายดูทอมเด็ก ไปเรื่อยๆ อิอิ))
ก็เป็นจริงอย่างที่ว่า
ที่นี่คนเยอะ ร้านกระทงแต่ละร้าน คนต่อคิวซื้อเป็นแถว
อะไรจะ ขาดแคลนขนาดน๊านนนน
((ขายกระทงที่นี่วันเดียว อาจตั้งตัวได้เลย เชื่อเหอะว่ะ))
.
.
ก็เลยปรึกษากันว่า
ถ้าต้องไปต่อแถวซื้อกระทง แล้วใบละ 100
งั้นไม่ลอยนะ แพงเกิ๊นนนนน
.
.
แต่ ไหนๆก็มาแล้ว
เฮ้ย!!! วันนี้วันลอยกระทงนะว้อยยยย
แล้วจะไม่หากระทงมาลอย
เพื่อขอขมาพระแม่คงคา และสืบสานประเพณีไทย ((ป๊าดดดด ฟังดูดีโน๊ะ))
ได้ไง ได้ไง
.
.
ก็เลยพากันเดินไปจนจะออกจากปากทางวัดแระ
.
.
ก็เลยไปเห็นกระทง
_*_ หื้อ!! จะเรียกกระทงหรือเปล่าไม่รู้
.
.
หยวกกล้วย 1 แว่น
ดอกกล้วยไม้สีชมพู กะดอกคาร์เนชั้นปักๆบังไว้
พร้อมธูป 3 ดอก และแท่นเทียน 1 อัน
((อ้อ!! มีต้นไม้พลาสติกปลอมด้วย 2-3 ชิ้น))
เสียบๆๆๆ ส่งๆ ตามมีตามเกิดไว้
หาใบตองจากกระทงใบนี้ ไม่มีค่ะ
((น่าสงสารที่สุด))

.

.

เอาว่ะ ไหนๆก็ไหนๆ

เอาแท่นกล้วย ดอกกล้วยไม้ปักอันนี้ไปลอยก็ได้

((อย่างน้อยก็คงลอยน้ำได้ มีธูปมีเทียน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแหละ))

ดูๆ ไป เค้าก็เรียกกระทงแหละนะ ((ปลอบใจตัวเองสุดริด -_-“))

.

.

สนน ราคา แท่นกล้วยนี้ 30 บาทขาดตัว

ต่อไม่ได้ซักกะบาทเดียว

((ก็ยังดีกว่า กระทงใบตอง 100 บาทแหละ))

.

.

กระทงพร้อม คนพร้อม ว่าแล้วเราก็เดินไปที่สระน้ำในวัด

แล้วเราก็จัดการ เอาแท่นกล้วยไว้เหนือหัว

อธิษฐานกันไปตามเรื่องตามราว

((ของพิม หลักๆก็ขอให้หมดหนี้ไวๆ 5555+))

.

.

ส่วนเรื่องของความรัก ไม่ขออะไรมาก

ขอให้ความรักอยู่กะเราไปนานๆก็พอ

((นางเอ๊ก นางเอก เน๊าะ ^^))

.

.

พอเอากระทงลงน้ำ ((อย่างลุ้นๆที่คนปล่อยกระทงจะหัวทิ่มน้ำหรือเปล่า))

ยังไม่ทันถึงคืบ ก็มีมนุษย์กบ มาแหวกกระทงจะหาเศษตัวค์ซะแระ

ฮ่วย!!!!_*_ ให้กรุขอมองกระทงไปไกลๆกว่านี้ไม่ได้หรือไงว่ะ

.

.

เลยตะโกนบอกไป

“กระทงใบนั้น ไม่ต้องไปแหวก ไม่มีตังก์”

((พร้อมใบหน้า กรุ่มกริ่ม สะใจในความชนะครั้งนี้ จริงๆ))

5555+

.

.

มนุษย์กบ ได้ยินดังนั้น พลันรีบผลักกระทงกรุให้ลอยไปกลางนั้นอย่างเร็วไว

อิอิอิ ((คิดผิดแล้วมรึง จะหาตังก์ในกะทงกรุ เพราะกรุไม่ได้หย่อนไว้ จะมีได้ไงว่ะ))

.

.

แล้วเราก็พากันมองกระทงของเราไปด้วยความปลาบปลื้ม

((จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ด้วยน้ำตาคลอเบ้า))

เพราะ....กระทงกรุไหม้ ซะงั้น Y^Y

((เทียนเผา หญ้าพลาสติกบนแท่นกล้วยน่านเอง))

หมายเหตุ : ย้อนไปอ่านได้ ว่าแท่นกล้วยประกอบด้วยวัสดุอะไร

.

.

แต่ช่างเถอะ ถือว่าเราลอยความไม่ดีไปกะทงแล้ว

เผามันให้ยับๆ เผามันให้ยับไปเลย

Y^Y

.

.

และแล้วเที่ยงคืนครึ่งก็กลับถึงที่พัก

พร้อมกับการรักษาสิถิติ

การเสียตัวของ ญ สาว เป็นอันดับ 2 ของปี ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ไว้ อย่างภูมิใจ

กร๊ากๆๆๆๆๆ ^O^

.

.

๑๑.๑๐.๒๕๕๑

ของฝากจากชาติ K

K-fever
K-in trend
.
.
ทุกวันนี้หันไปทางไหนก็ K ไปซะหมด
.
.
เอาอีกแระกรุ บ่นเรื่องเหี้ยๆ นี่อีกแระ
.
.
แต่ก็นั่นแหละ
เพราะชีวิตกรุ วนเวียนกะพวกซังกะบ๊วยนี้กว่า 8 ชม.ต่อวัน
และ 5 วันต่อสัปดาห์
.
.
เพื่อนรัก salesman รูปหล่อ
โชคดีชิ๊หาย ได้ไปดูงานที่ประเทศ K 1 อาทิตย์
.
.
อิจฉามัน แต่ทำไร ไม่ได้
ได้แต่หวังของฝาก ลมๆแล้งๆ จากเพื่อนที่จะเมตตา
.
.
เมื่อเช้าเพื่อนรักกลับมาทำงานตามปรกติแล้ว
.
.
สิ่งแรกที่เจอบนโต๊ะ
คือพวกกุญแจ ตุ๊กตา 1 อัน
เพื่อนรักบอกว่า
“ของมรึงอันสุดท้ายเหลือจากที่คนอื่นเค้าเลือกแล้ว”
“เออ....ขอบใจ ไม่ต้องย้ำก็ได้ ว่ามันเป็นของเหลือเดน สาดดด”
.
.
แหม พับผ่าสิ ไอ้สันดาน
ซื้อเหี้ยอะไร ไม่ซื้อ
เสือกซื้อตุ๊กตาพวงกุญแจ แบบนี้
ดูดีๆ พี่น้อง ((ใช้กล้องมือถือ รุ่นกระจอกๆถ่ายไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เพ่งกันหน่อยเหอะนะ))
.

.

มันเป็นตุ๊กตา แบกภาระอันหนักอึ้งไว้ที่หลัง

_*_

.

.

เอ้อ...มรึงนี่ดีเนอะ ซื้อเหี้ยอะไรมาช่างเหมาะกะการสถานการณ์กรุเสียเหลือเกิน

มรึงกลัวกรุ ทำงานหนักไม่พอหรือไงว่ะ

.

.

กะลังตัดพ้อ มันอย่างโน้นอย่างนี้

เพื่อนร่วมงานข้างๆ บอกว่า

“ไม่ต้องไปว่ามันพิม ตุ๊กตาแบกของทุกคน เหมือนกันหมด แต่ท่าแบกของต่างกันไปเท่านั้นเอง”

.

.

ไอ้คนซื้อของฝากขำชอบใจ
“กรุรู้ไง ว่าทุกคนต้องชอบ”
.
.
หึ หึ หึ ถามกรุซักคำมั๊ย ไอ้นี่หนิ เอาแต่ลางไม่ดีๆ ให้กรุ
.
.
แต่...เอาหน่า ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนรัก มันก็มีดีเพิ่มของฝากน่ารักๆอีกอย่าง
.
.
ชิชะ ชิชะ หน้าอย่างมันก็ซื้อ tint มาให้สาวๆที่นี่เป็นเหมือนกัน
((เปล่าหรอก ข่าวว่า มันซื้อเครื่องสำอางค์มาให้สาวๆ เลยเจียดเงินที่เหลือซื้อมาฝากเพื่อนที่ออฟฟิศด้วย))
.
.
แต่ที่น่าภูมิอก ภูมิใจหน่อยก็ตรงที่
ไอ้อ้อมบอกว่า เพื่อนอ้อมซื้อที่เมืองไทย 600 บาทแหนะ อย่างนี้เลย ยี่ห้อนี่เลย
.
.
พอถามว่า มันซื้อมาจากที่โน่นเท่าไหร่
มันก็บอกเป็นเงินวอน ฟังแล้วเยอะแยะมากมายหลายร้อยวอน
.
.
โอ้โห กรุก็คิดว่า เพื่อนจะลงทุนซื้อของแพงมาฝาก
.
.
ที่ไหนได้คิดแล้วตกเป็นเงินไทย 140 บาท
5555+
.
.
เอาเหอะ ยังไงซะ มันก็ยังดีกว่า 600 บาทที่ขายที่นี่แหละว๊า
.
.

๑๑.๐๗.๒๕๕๑

ต้นเดือน เหมือนจะโดนเชือดต้นคอ

.
.
ไม่ได้อัพ blog นานแล้ว
ไม่ได้ขี้เกียจ
.
.
แต่
.
.
ไม่มีเวลา
.
.
งานเยอะมากมาย
.
.
ต้นเดือน เหมือนจะต้องรอโดนชาติ K เชือดคอให้ตายมือ
.
.
วันๆ มันนั่งกดดัน มองหน้า
และรอ report ทุกสิ่งอันที่กรุจะเนรมิต สร้างสรรค์ ปั้นแต่ง
((ตอแหล)) ให้มันได้
.
.
นี่ก็วันที่ 7 แล้ว
แต่ยังไม่มี inventory report ให้แมร่ง
.
.
ทำไงได้ งานกรุเยอะนี่หว่า
ยังไม่มีเวลาทำโว้ย!!
.
.
เมื่อต้นเดือนเป็นครั้งแรกที่ต้อง วางบิล ลูกค้าหลายเจ้ามาก
.
.
นั่งทำไป งงไป ถามไอ้อ้อมไป
.
.
นึกๆ คิดไปคิดมา
นี่กรุต้องเป็น บัญชี ทำการวางบิลตั้งแต่เมื่อไหร่
.
.
เอ้อ...ที่นี่ใช้งานกรุคุ้มฉิบหาย
ไม่ต้องมีความรู้เรื่องบัญชี ตัวเลข การเงิน ((ส้นตรีนอะไรทั้งนั้น))
.
.
แต่
.
.
ต้องวางบิลเก็บเงินลูกค้าให้ได้ ห้าม!!!พลาด
.
.
พลาดไม่พลาดไม่รู้ over due ขึ้นมาก็รู้เอง
((ตัวใครตัวมันนะ กรุยังงงอยู่))
.
.
โลกเน็ท โลก msn โลก you tube
ของกรุมืดมนในบัดดล
.
.
ไม่ได้พบเจออะไรทั้งนั้น
Y^Y
.
.
รางวัลที่นายโยนให้ปลอบใจยามกรุทำงานหัวฟูคือ
เมนทอสมินิ รสส้ม
.
.
...มันซื้อมากี่บาท กรุอยากรู้นัก.....
.

.

สาดดดด แล้วกรุจะแดรกได้มั๊ย

((เกลียดจะตายห่า)) .

.

นั่งมองสิ่งข้างๆรอบตัว

ทำไมโต๊ะเพื่อนร่วมงานกรุสะอาดนัก

.

.

....โต๊ะเพื่อนติดกัน สะอาดมากมาย...

.

.

เทียบกะโต๊ะทำงานกรุ

แมร่ง!!! รกเหี้ย!!!

....โต๊ะกรุ โอ้ อนิจจัง Y^Y....

.

.

อยากหลับซังกะตายโว้ย

เหนื่อยว่ะ
.
.

....อยากหลับสบายๆแบบหมา อิจฉาหมาว้อยย!!!.......

.

.

๑๐.๓๑.๒๕๕๑

.....ฮาโลวีนเดย์.....

สวัสดี วันฮาโลวีน
.
.
“อยากดูกูตายนักใช่มั๊ย!!!”
.
.
ประโยคโคตรคลาสสิคจากหนังเรื่อง โปรแกรมหน้าฯ
.
.
ถึงจะกลัวผี แต่เป็นห่าอะไรไม่รู้ ชอบดูหนังผี
.
.
85% ของหนังผีไทยที่เข้าฉาย
ส่วนใหญ่ไม่พลาด
.
.
แล้วเรื่องนี้จะพลาดได้ไง
.
.
ตั้งตารอดูนานแล้ว
เมื่อวานเลยพากันไปดู ณ.เวลา 21.10 น.
.
.
เวลาออกมา 5 ทุ่มกว่าๆพอดี ((เออ...ดีเลยกำลังหลอนได้ที่))
.
.
ส่วนใหญ่ดูหนังผีอย่างนี้ แล้วไม่คุ้มหรอก
ค่าตั๋ว 120 จะได้ดูซัก 60 บาท ที่เหลือ 60 บาท คือปิดตา ((อดดู))
.
.
แต่เรื่องนี้ คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า
คงได้ดู 20 บาท แล้วอีก 100 บาทคงสูญไปกับการเอาผ้าปิดตาไว้ -_-“
.
.
แต่...ผิดคาด!!!!!
.
.
เพราะกรุได้ดูแค่ 10 บาท อีก 110 บาท
กรุมุดไม่กล้าดู และเอาผ้าปิดตาตลอด Y^Y
((แมร่งแค่ฟังแต่เสียง หัวใจกรุก็จะวายแล้ว สาดดดด))
.
.
หนังผีเหี้ยอะไรไม่รู้ ทำกรุตกใจได้ทุกนาที
((ทำออกมาให้น่าตกใจทุก shot เกิ๊นนนน กัวววว _*_))
.
.
และแน่นอน ทั้งโรง มีกรุกรี๊ดลั่นโรง อยู่คนเดียว >.<
กรี๊ดบ่อยเกิน จนเริ่มอายเอง Y^Y
.
.
แต่พอผีมา กรุก็สติสตังหลุด กรี๊ดอีกแล้ว -_-“
.
.
ไอ้อ้อมบอก
“พี่พิมแมร่งทั้งโรง กรี๊ดอยู่คนเดียว จริงๆด้วย เชื่อแระ” .
.
เอ้า!!! ก็เค้ากัวนี่หว่า
.
.
ยัง ยังไม่พอ กลับมา หลอนอีกทั้งคืน
นอนไม่หลับแมร่งเลย
สะดุ้งตื่นมาซักตอนตี 3 ตี 4
.
.
ไอ้เหี้ย!!! ทำไงดี ใครจะช่วยกรุได้เนี่ย เวลานี้
หลอนฉิบหาย
.
.
ภาพผีในหนังแมร่งช่างติดตาเหลือเกิน
.
.
อุตส่าห์กลับมาดู ละคร เป็นต่อ ให้ขำๆ
((หวังว่ามันจะช่วย ให้เปลี่ยน mode ความรู้สึกได้))
.
.
แต่เปล่า แมร่งไม่ช่วยเหี้ยอะไรกรุเล๊ย!!!
ตกดึก กรุหลอนคนเดียว หนักเลย สาดดดด Y^Y
.
.
ยังติดหู ติดตา ติดใจ กับคำพูดนั้น
“อยากดูกูตายนักใช่มั๊ย!!!”
.
.
อยากจะบอกคุณผีชบาว่า
“เปล่า ไม่ได้อยากดู ขอโทษนะที่เข้ามาดู แต่กรุดูมรึงไป 10 บาทเองนะ”

((โกดอะไรนักหนาเนี่ย ขอดูหน่อยไม่ได้หรือไง))

.
.
แมร่งตอนก่อนเข้าโรง ไม่น่าไปเล่นเส้นผมมันเลย
มันเลยตามมาหลอนกลางดึกเลยเนี่ย เวงกำ Y^Y
.
.
ปล. ดูรูป อัพเดทใหม่ให้หน่อย ดูผอมลงมั่งยัง -_-"
.
.

๑๐.๒๙.๒๕๕๑

"ความเกลียด"

เคยอ่าน e-mail fw>>> ฉบับนึง
.
.
คุณครูเคยสอนนักเรียนคนนึง เอาไว้ว่า
“ความเกลียด” ก็ไม่ต่างจากการเอาผลไม้ซักลูกมาผูกติดกับตัวเอง
.
.
ผูกติดชนิดที่เรียกได้ว่า ห้ามเอาออก
ไม่ว่าจะไปไหน มาไหน ทำอะไร กิน - ขี้ – ปี้ - นอน ZZzzz…
((เอ่อ....เด็กนักเรียน ไม่ต้องปี้ ก็ได้มั้ง ยังเด็กอยู่))
ก็ต้องผู้มันไว้กะตัวตลอดเวลา
.
.
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ห้ามทิ้ง
มันจะเน่า เหม็นยังไง ก็ห้ามทิ้ง
.
.
เด็กเลยถามว่า “ครู ((มรึง)) สอน ((เหี้ย)) อะไร((กรุ))เนี่ย”
**หมายเหตุ คำในวงเล็บกรุเติมเอง แหะๆ ^^ **
.
.
คุณครูเลยบอกว่า
ก็ “ความเกลียด” ของเรา
ก็ไม่ต่างอะไรจากผลไม้ลูกนั้นหรอก
ถ้าเราไม่รู้จักละทิ้ง “ความเกลียด” ออกไปจากใจ
มันก็จะติดที่ตัวเราตลอดไปเช่นกัน
.
.
นานๆเข้า “ความเกลียด” ก็เป็นแค่ “เศษขยะ”
ถ้าไม่ทิ้งมันไปซะ เราก็จะเหมือนเอา “เศษขยะ” ผูกติดตัวไว้ ตลอดเวลา
.
.
แต่ถ้าเราไม่ยึดติดกับ “ความเกลียด” เราก็จะโล่งสบาย
ไม่มี “เศษขยะ” ในใจ ให้รกรุงรัง อีกต่อไป
.
.
อืม...อ่านแล้วก็ทำให้คิดได้เยอะ
เออ...เว้ย!!! มันเป็นอย่างนั้นจริงแหละ
.
.
“ความเกลียด” ไม่เคยสร้างสรรค์ จรรโลงโลกเลยซักนิด
รังแต่จะทำให้เราจิตใจตกต่ำ
.
.
แต่ถึงกระนั้นก็เหอะ
คนเรา มันก็เป็นแค่มนุษย์ ยากนักที่เราจะเลี่ยง “ความเกลียด” ได้
.
.
พิมเองก็เช่นกัน
พิมเกลียดหลายสิ่งหลายอย่าง
คน พืช สัตว์ สิ่งของ
อันไหน สิ่งไหน ที่เกลียด ก็เกลียดแมร่งหมดแหละ
.
.
บางครั้งสิ่งที่เกลียด ก็ยากที่จะเลี่ยงไม่ปะทะได้
.
.
มีสิ่งเดียวที่ทำได้คือ “เผชิญหน้า”
((พูดเหมือนต้อง ออกรบ ไงไม่รู้ -_-“ ))
.
.
แต่ก็นั้นแหละ เราไม่ได้เผชิญหน้ากะอะไรหรอก
แต่เรากะลัง เผชิญหน้า กะสิ่งที่เรา เกลียด ตะหาก
.
.
“ความเกลียด” อย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนในตอนนี้ เวลานี้คือ “เกลียดคน”
.
.
ในขณะที่วัยรุ่นหนุ่มสาว สมัยนี้กำลังคลั่งไคล้กระแส K
.
.
แต่พิมเอง ไม่หรอก ไม่ใช่พิมคนเดียวหรอก
ต้องเรียกว่า คนทั้งออฟฟิศ พิมตะหาก
พวกเรากลับรู้สึก “ยี้” กะทุกสิ่งอันที่เป็น K มากๆ
โดยเฉพาะ “คน”
.
.
ไม่ว่าจะทัศนะคติ การทำงาน มุมมองความคิด วิสัยทัศน์
หรือทุกๆสิ่งอันของคนพวกนี้
.
.
ล้วนแล้วแต่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เหยียดชนชั้น
โกงกิน คิดหาแต่ประโยชน์ส่วนตน ดูถูกคน
เสียงดัง โวยวาย สถุล งก แล้งน้ำใจ
ช่างประจบสอพลอ ((คนที่เป็นนาย))
หลอกลวง เอาแต่ใจ ช่างติ พูดอะไรไม่รู้จักคำว่าถนอมน้ำใจ
ดีแต่ปาก ชุ่ย พร้อมที่จะหมกเม็ดทุกสิ่งอัน เพื่อผลประโยนช์ตนเองตลอดเวลา
ไม่มีคำว่า ยุติธรรม และ.....
>.< บลา บลา บลา
.
.
ทำไมหนอ ทำไมพิมช่างสรรหา ((ห่า)) อะไร มากล่าวโทษเค้า
ไม่หรอก พิมไม่ได้กล่างโทษหรอก
แต่มันคือสิ่งที่พวกเราคิดเห็นว่าใช่ ((ลองรวบรวมจากการสอบถามคนทั้งออฟฟิศมาแล้ว))
.
.
4 ปี ของการทำงานที่นี่
4 ปี ของการเผชิญกับสิ่งเลวร้ายจากก้นบึ้งของคนพวกนี้
4 ปี ของการดิ้นรนเอาตัวรอด
4 ปี ของการเจอกับ 3 generations เลว เล๊ว เลว
4 ปี ที่ต้องเจอทั้งคนใน และคนนอกที่เป็น K
.
.
คงพอจะทำให้คุณรู้ได้ว่า
พิมซึบซาบ ความเป็น K ในอีกมุมมองนึงได้แค่ไหน
.
.
แต่พอครั้นถามกลับมา
“แมร่ง ถ้าแมร่งเวลาร้ายขนาดนี้ แล้วพวกมรึงยังหน้าด้านอยู่กันทำไม”
.
.
ไม่หรอก ไม่ได้หน้าด้านอยู่หรอก
แต่มันไม่มีที่ไป ตะหาก 5555+
.
.
อะล้อเล่งๆ คำว่าไม่มีที่ไป คงไม่ใช่
เพราะตอนนี้เรามีตัวอย่างให้เห็นแล้ว
.
.
เรามีตัวอย่างให้เห็น ถึงคนที่โบยบินจากไปสู่ความหวังใหม่อย่างเปรมปรีด์
.
.
เราได้แต่ยิ้มและดีใจกะเค้า
((ความจริงมีอิจฉาประกอบด้วยแหละ แหะๆ))
.
.
คนที่จากไป หลายต่อหลายรุ่น ทิ้งคำๆนึงเอาไว้ว่า
“มีลูกมีหลาน บอกไว้อย่าทำงานกะคนชนชาตินี้เป็นอันขาด เข็ดจนตาย”
.
.
พิมเอง ก็เป็นคนนึง ที่บอกได้เลยว่า “เข็ด”
.
.
ตอนนี้ก็ยอมรับแหละ ไม่มีที่ไป 555+
แต่ต้องใช้คำว่าไม่มีที่ไป ที่ดีกว่านี้ไม่ได้ จะดีกว่ามั้ง
((ที่นี่ยังมีดีรึ๊????))
ก็มีนะ คิดในแง่กลับกัน
ที่นี่สอนให้เรารู้จักคำว่า “อดทน” กะสิ่งอัปมงคล
ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรมได้อย่างดีเหลือเกิน
.
.
พิมเคย felt มากๆกะบางสิ่งบางอย่างที่นี่
((ไม่หรอกไม่ใช่พิมคนเดียว))
เราเคยได้รับความรู้สึกโคตรแย่มากๆ
เราเคยเสียน้ำตา เราเคยเสียน้ำลาย เราเคยเสียความรู้สึก
เราเคยเสีย self
แต่....เรายังอยู่
.
.
_*_ อืมนั่นสิ ทำไม ทำไมเรายังอยู่
เพราะเราไม่มีที่ไปเหรอ ก็ทั้งใช่และไม่ใช่
เพราะเราลองเปรียบเทียบแล้วที่นี่เรายัง “ทน” อยู่ได้อีก
.
.
และที่สำคัญ เราต้องอยู่ไปพร้อมกับคำว่า “เกลียด” งั้นหรือ
คำตอบคือ “ใช่!!!”
.
.
Y^Y ทำไมชีวิตน่าเศร้าและน่าเอน็ดอนาทใจขนาดนี้หนอ
.
.
วันนี้พิมมาเขียนถึงเรื่องชีวิตที่ต้องเผชิญกับวิบากรรมแต่เช้า
เพราะพิมอึดอัด และอยากระบาย ก็แค่นั้น
ทำไมเหรอ หรือพิมเขียนมันไม่ได้หรือไง
.
.
จะมีใครรู้หนอ กระแส K ที่พวกเด็กๆคลั่งนักหนา
อีกมุมนึง ยังมีอะไรที่เลวทรามซ่อนอยู่
.
.
ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้กล่าวโทษเหมารวม
คนทุกคนมีทั้งคนดีและคนไม่ดี
((แต่ให้ตายเหอะ พวกนี้ ที่กรุซวยเจอ แหมร่งหาดีได้ยากจริงๆ))
.
.
บางทีก็มามองว่า ทำไมว่าแต่เขาไม่ดูหัวกะลาเงาตัวเอง
นี่แหละ ตอนนี้กะลังดูอยู่ และรู้ตัวเอง มีสติสัมปชัญญะอย่างที่สุดว่า
“ความเกลียด” มันก็เหมือน “เศษขยะ” อย่างนั้นจริงๆ
.
.
หากแม้ เราละทิ้งสิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงในจิตใจไปได้
เราคงหลุดพ้นไปแล้ว
แต่ก็นั่นแหละ เรายังไม่หลุดพ้น และยังคงวงเวียนอยู่ใน “วัฏสงสาร”
.
.
เรื่องทั้งหมดที่กล่าวมา กำลังจะบอกว่า
พิมเองก็ยินดีที่จะยังคงผูกผลไม้ลูกนั้นไว้ที่เอวตลอดไป
.
.
ถึงมันจะเน่า มันจะเหม็นโฉ่
มันจะน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงแหละน่าสมเพชเวทนาแค่ไหน
.
.
แต่พิมก็รู้ตัว และยอมรับมัน
.
.
อย่าพึ่งมองเรามันอกตัญญู
เค้าสู้อุตส่าห์ให้งานทำ ยังมีหน้ามากล่าวโทษ
.
.
เปล่าเลย เรากำลังอยู่ในวงจรของคำว่า business ตะหากเล่า
.
.
เค้าจ้างเรา เราทำงานเต็มที่
((เราไม่เคยใช้คำว่า ทำงานตามเงินเดือนเลยซักครั้ง))
.
.
เค้าโยนอะไรให้ทำ เราทำอย่างไม่ปริปาก
((แต่แอบมีน้ำตาซึมเล็กน้อย Y^Y))
.
.
เค้าให้เราชงแกแฟ เราทำให้อย่างเอร็ดอร่อย
((แอบแช่งบ่อยๆให้มันท้องเสีย เหมือนกัน))
.
.
เค้าสั่งให้เราทำสิ่งใด มักมาคู่กับคำว่า ต้องทำให้ได้ออกมาดีอย่างที่สุดเสมอ
((มัดมือชกสิ้นดี))
.
.
เค้าโยนงานเพิ่มให้ แต่ไม่มีเงินเพิ่นนะ เพิ่มแต่งาน
เราก็ยอมรับมาทำ และทำให้ดีออกมาดีที่สุดอย่างนั้นจริงๆ
((ทำไป ด่าไป ก็ต้องทำ))
.
.
เค้ามักพูดกะเราสั้นๆว่า
“I know you can do it”
เราก็มักจะก้มหน้า และพูดสั้นๆตอบกลับไปว่า
“I will try my best”((ถามกรุซักคำมั๊ยว่า กรุทำได้จริงๆหรือเปล่า))
.
.
นี่ไง ทั้งหมดนี่คือข้อแลกเปลี่ยนของกันและกัน
((ช่างเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกันจริงๆ))
.
.
เพราะฉนั้น มันก็สมควรแล้วมั้ง
ที่เราจะพ่วง ผลไม้ ลูกนั้นไว้ด้วย
.
.
เอาไว้เตือนสติ เอาไว้ตอกย้ำ เอาไว้บอกตัวเอง
เอาไว้รำลึกเสมอว่า “ความเกลียด” มันเป็นไง
สะใจว้อยยยยยยย !!!! ^^
.
.
ปล. นี่คือความจริงของโหมดชีวิตเรื่องงาน ที่ไม่มีใครรับรู้
.
ปล.1 นี่คือทุกขเวทนา ที่พิมต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตั้งแต่ 7.50-18.00 น. ของวันทำงาน
.
ปล.2 นี่คือความอึดอัด อัดอั้น เก็บกด ที่อยากระบาย
.
.
ปล.3 นี่คือความน่าอัปยศของส่วนนึงในชีวิตที่น่าอดสูสิ้นดี
.
.
ปล.4 เหนื่อยจัง
.
.

๑๐.๒๘.๒๕๕๑

จดหมาย.....ถึงแม่

เมื่อซักหลายวันที่ผ่านมามีเหตุทำให้
แม่!!! โทรติดต่อพิมไม่ได้
เลยเป็นเรื่องกระวนกระวาย เดือดร้อนวุ่นวาย ภายในหมู่คณะญาติ
ต้องตามหาลูกสาวผู้ไฉไล ^_____^
.
.
แต่เพราะ msn เลยทำให้ญาติผู้น้อง ((ซึ่งแอบมาอ่าน blog กรุประจำด้วยแหละ))
ติดต่อมา บอกว่า “ติดต่อหาแม่โดยด่วน”
.
.
เหอะๆๆๆ เอาหน่า รู้แล้วๆ ว่าทางบ้านเป็นห่วง
แหม...ทำตัวให้ติดต่อไม่ได้ ไม่กี่วันเองนะ
.
.
พิมเลยโทรกลับหาแม่
แล้วก็อ้าง สารพัดแหละที่ทำไมถึงติดต่อไม่ได้
.
.
งานนี้แม่เลยขอเบอร์ที่ทำงานไว้
ขอเบอร์คนโน้นไว้ ขอเบอร์คนนี้ไว้
เผื่อติดต่อลูกสาวไม่ได้อีก จะได้โทรตามหาตัวได้เจอ
.
.
แล้วแม่ก็ถามขึ้นมาว่า
.
.
“เบอร์ที่ให้นี้ เบอร์ใคร”
“อ้อ!!! เพื่อน ไง เพื่อนที่อยู่ด้วยกัน”
.
.
แม่ถามต่ออีกว่า
.
.
“เพื่อนเหรอ แล้วเป็นไง นิสัยดีมั๊ย?? เป็นคนที่ไหน??? อยู่ด้วยกันนานยัง??? นิสัยเหมือน “หนู”หรือเปล่า???”
_*_ ถามเยอะเกิ๊นแม่
“อืม.....นิสยดีเหมือนกันเด๊ะ!!! เลยแม่”
.
.
“แล้วเค้ามาอยู่ด้วยนานยัง มีเพื่อนมาอยู่ด้วยแล้วก็ไม่บอก”
“ก็เพิ่งมาอยู่ด้วยไม่นานนี่แหละ”
.
.
“งั้นก็ดีแล้ว จะได้ไม่เป็นห่วง ก็ดูแลกันไปนะ”
“จ้า มีไรก็โทรมาได้นะ ถ้าโทรหาเค้าไม่ได้ ก็โทรหาเบอร์เพื่อนนั่นแหละ”
.
.
อืม....
คราวนี้แม่ก็ไม่ต้องกังวลแล้วแหละ เพราะแม่จะรู้แล้วว่าถ้าติดต่อพิมไมได้ แม่ควรโทรหาใคร???
.
.
และจากวันนั้น คราวนี้ทุกครั้งที่แม่โทรมา แม่จะถามหาเพื่อนคนนี้
.
.
“เพื่อนล่ะ อยู่ไหน อยู่ด้วยกันหรือเปล่า???”
“ก็เนี่ย อยู่ด้วยกันนี่แหละ นั่งอยู่ข้างๆ”
.
.
เมื่อวันก่อนแม่ก็โทรมา ถามหาลูกหมาของพิม
“แล้วหมาล่ะ สบายดีเหรอ อยู่ยังไงกันบ้าง แล้วเพื่อนเค้ารังเกียจหมามั๊ย???”
“หมาสบายดี ทั้ง 4 ตัวจ้า เพื่อนก็อยู่เนี่ยแหละ ไม่รังเกียจหมาเค้ารักและเอ็นดูหมามาก”
.
.
แม่ชิงถามว่า
“รักหมา เหมือน “หนู”มั๊ย???”
“จ้า เหมือนกัน”
.
.
“เหรอ!!!!” ((แม่หัวเราะชอบใจ))
“อื้ม!!! เค้ารักหมา ดูแลอย่างดี เก็บขี้เก็บเยี่ยว หาข้าวหาน้ำ อย่างที่ “หนู”มันเคยทำ”
.
.
“จริงเหรอ!!!!” ((หัวเราะเอริ๊กอร๊าก)))
“จ้า เนี่ย ลูกแม่ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก มีมันคอยดูแล ทุกอย่าง สบาย 5555+ ”
.
.
“ก็ดีแล้ว ดูแลกันไป”
“จ้า สบายใจได้”
.
.
แหะๆๆๆ
.
.
เพราะความที่แม่รู้ว่า ตั้งแต่เพื่อนที่ชื่อ “หนู” ไม่ได้อยู่กะพิมแล้ว
พิมก็อยู่คนเดียวกะหมา 4 ตัว มาได้ซักพักใหญ่ แม่เลยจะเป็นห่วงมากๆ
กลัวว่าเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย จะไม่มีคนดูแล
.
.
ตอนนี้แม่คงหายห่วงแล้วเพราะอย่างน้อยแม่ก็รับรู้แล้วว่า
พิมมี “เพื่อน” คนใหม่มาดูแลอย่างดีมากๆแล้ว
.
.
แล้วแม่ก็ยิ่งหายห่วงหนัก เพราะรับรู้ว่า
เพื่อนคนนี้แสนดี อย่างเพื่อน “หนู” ที่พ่อกะแม่เคยเอ็นดู
.
.
เพราะแม่รู้ว่าพิมเอาแต่ใจ รู้ว่าพิมขี้โมโห รู้ว่าพิมขี้เกียจ รู้ว่าพิมเรื่องมาก
รู้ว่าพิมจู้จี้ ขี้บ่นน่ารำคาญ รู้ว่าพิมขี้โวยวาย
รู้ว่าพิมใจร้อน รู้ว่าพิมจะเอาอะไรต้องให้ได้อย่างใจ
รู้ว่าพิมบางทีแค่น้ำแก้วเดียว ยังขี้เกียจจะเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบดื่ม
รู้ว่าพิมเป็นอิคนช่างชี้นิ้วใช้ รู้ว่าพิมไม่เป็นระเบียบ รู้ว่าพิมบางทีก็ซกมก
รู้ว่าพิมกะเปิ๊บกะป๊าบ ไม่เรียบร้อย
.
.
แม่รู้นิสัยเสียหลายๆอย่างของพิม
.
.
แม่จึงรู้ว่า คนที่จะอยู่กะลูกสาวแม่ได้ ถึงจะไม่ต้องเป็นคนดีสำหรับคนทั้งโลก
แต่ขอแค่เค้าดีกะลูกสาวแม่ ก็พอ
เพราะแม่รู้ว่าอิพิมง่ะ มันร้ายยยย ใครอยู่กะมันได้ มันก็ต้องใจเย็นพอควร
และแม่ก็รู้ว่า ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ได้ ที่จะอยู่กะพิมได้ทุกคน
.
.
แต่แม่ยังไม่รู้หรอกว่า เวลาพิมเมา พิมเมาได้ยิ่งกว่าหมา
เมาแล้วขับรถน่าหวาดเสียว เมาแล้วอ้วก เมาแล้วงอแง งี่เง่า
.
.
วีรกรรมทั้งเวลาเมาและไม่เมา คงไม่ต้องบรรยาย
ถ้าแม่รับรู้ได้ว่า แม่คงจะรู้ว่า“เพื่อน” คนนี้เค้าต้องดูแลพิมดีแค่ไหน
.
.
เพราะนอกจากพิมแล้ว ยังต้องมีลูกๆอีกตั้ง 4 ตัว
ให้ “เพื่อน” คนนี้ดูแลด้วย
ทั้งเก็บขี้ เก็บเยี่ยว ให้ข้าวปลาอาหาร ซื้อของกินเล่นให้กิน
ป้อนของกินเล่นทีละตัวๆ อย่างเป็นระเบียบ
อาบน้ำให้เด็กๆ คอยเล่นกะเด็กๆอย่างสนุกสนาน
ดูข้าว ดูน้ำ อย่าให้พร่อง
.
.
ตอนนี้ชีวิตพิมสบายดีค่ะแม่
ตอนเช้ามีคนปลุกพิมให้อาบน้ำ
ยาสีฟันจะมีคนบีบให้อย่างเรียบร้อย
เสื้อผ้าทำงานของพิมมีคนรีดให้
กลางวันมีคนคอยถามว่าพิมทานอะไร
ตกเย็นมีคนรอพิมอยู่ที่ห้องพร้อมลูกๆแล้ว
.
.
กินข้าวเสร็จพิมไม่ต้องล้าง
ถึงห้องพิมไม่ต้องกวาด ไม่ต้องถู เพราะมีคนดูแลแล้ว
ห้องน้ำพิมไม่ต้องขัด เพราะเค้าทำได้ดีกว่าพิม
เสื้อผ้า ชุดชั้นใน พิมไม่ต้องซัก ไม่ต้องตาก เพราะเค้าสะอาดและเรียบร้อยกว่าพิมเยอะ
((แต่พิมพับผ้าเองนะแม่ เพราะพี่ลัคเคยสอนให้พิมพับผ้าเรียบร้อย))
เวลาพิมไม่สบาย หรือลมพิษขึ้น แม่ไม่ต้องห่วงนะ
เพราะว่าจะมีคน หาน้ำหายา มาเตรียมให้และบังคับให้พิมทานแล้ว _*_
.
.
เอ่อ.....สรุปทั้งหมดที่ว่ามา
ลูกแม่ได้ขี้เกียจนะ
แต่ “เพื่อน” คนนี้ เค้ายินดีทำให้หมดเลยค่ะ
.
.
เค้าบอกว่า พิม “แก่แล้ว” อย่าทำเลย เดี๋ยวเหนื่อย _*_ เหอะๆๆ
.
.
ปล. เรื่องอาหารการกินแม่ก็ไม่ต้องห่วงเหมือนกัน
เค้าทำ ข้าวต้มหมู อร่อยที่สุดเลยค่ะ
อ้อ...แล้วเค้าทำ ผัดฟักทองใส่ใข่ หวานได้ใจ เหมือนที่แม่เคยทำให้ลูกกินเลยแหละ
แหะๆ ^^
.
.

๑๐.๒๗.๒๕๕๑

...ชีวิตที่พอเพียง...

จะมีความสุขอันใด
สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา
.
.
จะสุขเท่า วันได้หยุดพักผ่อน ส-อา
.
.
2 วันนี้ จะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด
เพราะจะตื่นเวลาไหนก็ได้
.
.
เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ลืมตาขึ้นมาดูนาฬิกา เป็นเวลา 7.30 น.
O_o ห๋า!!! สายๆๆๆ
.
.
>.< กิ๊ดๆๆ ด้วยความที่คิดว่า สายแล้วเดี๋ยวไปทำงานไม่ทัน
ก็ถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว
.
.
แต่ทันใด ก็นึกขึ้นมาได้ว่า
“ไอ้ห่า วันนี้วันอาทิตย์นี่หว่า” _*_
.
.
แล้วก็ฟรุ่บ!! นอนต่อ เหอะๆๆ ^^
นี่แหละหนา มันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง อิอิ
.
.
บางมีความสุขมันก็ไม่ต้องไปหาไกลนักหรอก
แค่เราได้นอนหลับบนที่นอน
แบบที่ไม่ต้องไม่ใครมากวนก็พอแล้ว
.
.
เป็นไง.....พอเพียงสิ้นดีเลยกรุ เหอะๆๆๆ -_-“
.
.
ปล.วันนี้อัพสั้นไปป่าวว่ะ
.
ปล. 1 ก็มันไม่รู้จะอัพอะไรนี่หว่า 555+
.
ปล.2 ตอนนี้เข้าสูตร 1 วัน 1 กิโล
.
ปล.3 ถามว่า จะอยากผอมไปไหน มิแซ๊บบบ
.
ปล.4 เคยผอมมาก แล้วคิดว่าดูดี
.
ปล.5 สุดท้ายกรุก็โดนทิ้งอยู่ดี
.
ปล.6 ส้าวววว ว่ะ Y^Y
.
ปล.7 สูตร 1 วัน 1 กิโล คือ
เช้าไข่ต้มเอาแต่ ไข่ขาว 3 ฟอง กลางวัน+เย็น แอ๊ปเปิ้ลเขียว 3 ใบ
.
ปล.8 แอ๊บเปิ้ลเขียว เปรี้ยวม๊ากกกก >.<
.
ปล.9 แถวบ้านกรุ เรียกว่า "เปรี้ยวไร้สกุล"
.
ปล.10 ขอหยุดแอ๊บเปิ้ลเขียวไว้ที่ 1 ลูก เพราะกรุแดรกไม่ลงจริงๆ _*_
.
ปล.11 เอาแอ๊บเปิ้ลเขียวมาจิ้มกินกะพริกเกลือแล้วรสชาดยังสถุลอยู่ -_-"
.
ปล.12 กรุเกลียดแอ๊บเปิ้ลเขียว ((กรุเพิ่งรู้ใจตัวเอง _*_ ))
.
.
.

๑๐.๒๔.๒๕๕๑

...My H0LiDay....

เมื่อวานวันหยุด
คิดว่าหลายๆคนก็คงได้หยุดกัน
.
.
ตั้งใจเอาไว้ว่าวันหยุดอย่างนี้
จะตื่นเช้าๆซะหน่อย ^^
ซัก 8 โมง 9 โมง
.
.
ปรากฏว่า เวลาตื่นจริงๆคือ
เกือบ 11 โมง -_-“
.
.
เอ่อ...ก็ไม่รู้ว่าจะตั้งใจตื่นแต่เช้าทำไม
เพราะยังไงก็ตื่นสายตามปรกติอยู่ดี ฮ่วย!!!
.
.
แต่ตื่นมาแต่เช้า เอ่อ...ไม่สิ ตื่นมาแต่สาย
ท้องก็ร้องอยากกิน “ไข่ตุ๋น” ทันที
เพราะตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 20 ว่าเราจะตุ๋นไข่กินกันในวันที่ 23
(( เป็นไง plan ล่วงหน้าด้วย แค่ตุ๋นไข่เนี่ยนะ _*_))
.
.
แล้วก็คงเพราะอยากกินจัด
พอไข่สุกเท่านั้น วางยังไม่ทันหายร้อนดี
ก็ตักเข้าปากปรากฏว่ามันร้อน >.<
กินเข้าไปเลยลวกในปากซะงั้น -__-“ โง่จริง
.
.
แต่ก็โอเคนะ อร่อยดี นานๆทีถึงจะได้กิน
((พูดเหมือนเป็นของทำยากงั้นแหละเนอะกรุ))
.
.
จากนั้นก็เกิดกระแดะอยากกินผลไม้ล้างปาก
ก็สู้อุตส่าห์ไปซื้อถึงปากซอยเลยนะ. พยาย๊าม พยายาม
.
.
ตกบ่ายเปิดไปดูรายการ“วันหยุดสุดขีด”
น้องอิมพาไปกิน “ข้าวเกรียบปากหม้อ” ที่เมืองกาญฯ
>.< กิ๊ดๆๆๆๆ น่ากินๆ อยากกินๆ
.
.
และแล้วก็ได้กินด้วยแหละ
ถึงจะไม่ได้ไปถึงเมืองกาญฯก็เหอะ
แหะๆ อยู่บ้านสวนก็ดีอย่างนี้นี่เอง
อยากกินอะไรก็ได้กิน
.
.
ตกบ่ายคล้อย
โชคดีจัง ได้ gift voucher ดูหนังฟรีจาก major
เราเลยไปดู “ปืนใหญ่..จอมสลัด”
"ปืนใหญ่...จอมสลัด"
อื้มมมม หนังดูยิ่งใหญ่อลังการเหลือหลาย
หุหุหุ
.
.
ชอบอนันดาตอนขี่ปลากระเบนยักษ์ขึ้นมาเหนือน้ำ
พ่อเจ้าประคุณ เท่ห์ อิ๊บอ๋าย ^^
.
.
วันนี้ดูแล้วคนที่โรง major แจ้งฯคนเยอะเป็นพิเศษ
สงสัยจะเป็นเพราะวันหยุด และเป็นวันที่หนังเรื่องนี้เข้าวันแรก
.
.
เย็นวันหยุดปิดท้ายของกินถูกปาก
คือส้มตำไทย ปอเปี๊ยะสด และสุกี้น้ำ
กินซะพุงกางเลย แหะๆ _*_
.
.
และหนังเรื่องต่อไปที่คิดว่าเราไม่พลาดแน่ๆ
ก็คือเรื่องนี้นี่เอง
"โปรแกรมหน้า....วิญญาณอาฆาต"
ปล. ไอ้อ้อมจะไปดูเรื่องนี้ด้วย แต่บอกอ้อมไว้ว่า พี่จะไปดูตอนกลางวันนะ
กลางคืนกรุไม่ไปเด็ดขาดคร๊าบบบบบ กรุกั๊วววววว >.<
.
.
ปล 1. วันหยดุอย่างนี้เดินไปไหนมาไหน ทอมก็เดินกันให้ขวักไขว่
สบายตา หุหุหุ ^^
.
.
ปล.2 พรุ่งนี้ก็ได้หยุดอีก 2 วัน แล้ว เย๊ เย๊ !!
.
.
ปล.3 มีความสุขในแบบที่เป็นและไม่เบียดเบียนใครก็พอใจแระ ((ว่ะ))
.
.