๑๑.๒๑.๒๕๕๑

...สบายดี ไม่ต้องห่วง....

.
ศ แล้ว เหนื่อยแล้ว สำหรับอาทิตย์นี้
.
.
พรุ่งนี้ก็พร้อมที่จะตื่นสายๆ หลับสบายๆ พร้อมอิพุก
((น้องพุกเป็นหมาขี้เซา เหมือนพิมเลย))
.
.
แต่ความล้า ที่ผ่านมาช่างสะสม
.
.
ลาพักร้อน ปีนี้ยังเหลือ
เลยขอใช้สิทธิ์ที่มีซะหน่อย
.
.
วันจันทร์ที่ 24 นี้ก็จะเป็นวันที่เราได้นอนตื่นสาย เพราะลาพักร้อนไว้
สรุป 3 วัน ส-อา-จ จะขอตื่นสายแมร่งทุกวันเลย
((เหอะๆๆ ความสุขเล็กๆที่หาได้จากสิ่งเล็กๆน้อยๆนี่แหละ))
.
.
ช่วงนี้มือถือเปิดมั่งปิดมั่ง แล้วแต่’รมณ์
แต่พอเปิดปุ๊บ เจ้าหนี้ก็โทรตามยิกๆ 555+
.
.
ถามว่า จะโทรทำไมนักหนา
ถ้ามี กรุก็จ่ายให้มรึงแล้วเซ๊!!!
จะให้มรึงโทรทวงอยู่ได้ทำไม ทำอะไรไม่คิด
แสดงพร่ำเพรื่อ _*_ หึ หึ หึ
.
.
แต่ก็นะ หน้าที่ของมัน มีหน้าที่โทรตาม ก็โทรไป
แต่เรามีหน้าที่หนีหน้า ก็หนีไป
((เข้าคอนเซปท์ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางเด๊ะ!!))
.
.
ปีหน้าฟ้าใหม่ อาจได้ลืมตาอ้าขา เอ๊ย!! อ้าปาก ทยอยใช้หนี้กันมั่ง
((บอกแล้วว่า ไม่มี ไม่หนี จ่ายช้า))
.
.
ไม่เอาๆ ไม่พูดเรื่องหนี้ เครียดๆ _*_
.
.
วันก่อนโน้น เอารถไปถ่ายน้ำมันเครื่อง
ความจริงงบที่ตั้งไว้ ไม่เกิน 1000 แน่นอน
.
.
เอาเข้าจริงๆ ไอ้นี่เป็นนั่น ไอ้นั่นเป็นนี่ เปลี่ยนๆ ล้างๆ
.
.
สรุปจ่ายไปเกือบ 2 พัน
-_-“ ฮ่วย!!!
.
.
แถมทางร้าน ยังแจ้งเพิ่มเติมอีกว่า
ยังต้องมีอะไรต้องมาทำอีก อย่าง 2 อย่าง
แล้วแถมก็ถึงเวลาเปลี่ยนยางหลังแล้วด้วย
.
.
เป็นไงล่ะ งานเข้า
.
.
เดือนหน้าถึงเวลาเสียตังก์อีกแล้วหรือนี่ Y^Y
ไม่เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีให้มันรู้ไป เหอะๆๆ
.
.
บ่นอุบบ่นอิบ จนเพื่อนที่ทำงานเลยบอกว่า
.
.
พิมโชคดีแล้วที่เป็นอย่างนี้ เพราะลูกเศรษฐี พวกเค้าไม่รู้จักความลำบากหรอก
ไม่เหมือนพวกเรา เจออะไรเยอะดีออก นี่แหละรสชาดของชีวิต
.
.
-_-“เหรออออออออออออ
.
.
พูดถึงเรื่องโทรศัพท์
นิสัยนี้แก้ไม่หาย คือ ไม่ยอมรับเบอร์แปลก แล้วก็ชอบปิดเครื่องแบบถาวร
((ครึ้มอกครึ้มใจ ถึงจะมีเปิดบ้าง))
.
.
จนเจอคำถามแบบว่า
“ถ้ามีคนที่เป็นญาติ หรือใคร ที่เค้ารู้จักแล้วเค้าเดือดร้อนมีปัญหาจะทำไง”
.
.
อืม....ถามว่า แล้วกรุจะช่วยอะไรใครได้ I’m not a god!!!!!!
((ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย))
.
.
ถึงขนาดพูดไปว่า ถ้ามีใครต้องตาย ก็คงต้องปล่อยให้ตายไปก่อน
รู้ข่าวทีหลังก็ได้ไม่เป็นไร เอาไว้จะไปงานศพเอง
.
.
แต่ถ้ากรุตาย ไม่เป็นไร กรุจะเข้าฝันไปบอกเองนะ
.
.
เหอะๆๆๆ
.
.
พิมไม่รับเบอร์แปลก แล้วก็ไม่เคยติดใจอะไรกะเบอร์แปลกๆเหล่านั้นด้วย
ไม่เคยมีคำถามเกิดขึ้นว่า ใครกันนะโทรมา???
ไม่เคยอยากรู้ว่า มีอะไร ใครเป็นไรหรือเปล่า???
.
.
เพราะถึงยังไงเบอร์แปลกที่โทรมานั้น ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกะชีวิตนี่หว่า
ไอ้กรุก็ยังกินได้ ขี้ออกอยู่ เพื่อนพ้อง ญาติสนิทมิตรสหาย ก็ยังอยู่สบายดี ((รึเปล่า???))
.
.
บางทีมีเบอร์มือถือแปลกโทรมาหลายรอบ 10 รอบได้
((ก็ไม่รู้ว่าใคร เจ้าหนี้ ลูกค้า เพื่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้))
.
.
นอกจากจะไม่สนใจแล้ว พิมก็มักจะสบถ แล้วพูดขึ้นมาลอยๆว่า
“พ่อมรึงตายเหรอ โทรมาอยู่ได้”
.
.
ไม่รู้สิ ก็พูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร
เพราะถ้าเป็นเรื่องสำคัญมากๆจริงๆ ต้องทิ้ง SMS ไว้สิ
((เพราะถ้าเป็นคนกันเอง หรือญาติจะรู้ได้เลยว่าพิมไม่มีทางรับเบอร์แปลก))
.
.
อาการไม่รับเบอร์แปลก ลุกลามไปจนถึง ปิดเครื่องยาว
.
.
อืมยาวๆ จริงๆ ยาวแค่ไหนไม่รู้ ((หาได้รู้สึกรู้สา หรือเดือนร้อน ใส่ใจสิ่งใดไม่))
แต่คนที่เดือดร้อนคือทางบ้านของตัวเอง ซะงั้น
.
.
ที่ผ่านมาปิดเครื่องยาว แม่ติดต่อไม่ได้ จนแม่ร้อนรน
จะขึ้นจาก ตจว. ให้น้าชาย มาตามหาพิมที่กรุงเทพฯซะให้ได้
((คงคิดว่าพิม อาจจะสิ้นชีพไปแล้ว เหอะๆๆ))
.
.
ทั้งที่ก็ไม่ได้มีญาติคนไหน รู้ว่าพิมอยู่ไหน อยู่ยังไง อยู่กะใคร ทำงานที่ไหน ทำงานอะไร
((ถามว่าจะตามหา ลูกสาวแม่เจอมั๊ยงานนี้))
.
.
เพราะล่าสุดพิมเปลี่ยนมาอยู่ที่ สะพานใหม่ได้ หลายเดือนแล้ว
แต่อยู่ตรงไหนของสะพานใหม่ พิมก็ไม่ได้บอกใคร
.
.
ไม่ได้บอกญาติ ไม่ได้บอกแม่ ไม่ได้บอกพ่อ
.
.
ก็อยู่มันไปซะอย่างนั้น อยู่มันไปเรื่อยๆ ทำงานไปเรื่อยๆ
ชีวิตใช้ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ update ชิวิตอะไรกะทางบ้านเท่าไหร่
.
.
เบอร์โทร ที่ทำงานไม่ให้ เบอร์โทรที่ไหน ใครก็ไม่มี
.
.
งานนี้เลยทำเอาแม่แทบอกแตกตาย
ได้ข่าวว่า ไปร้องไห้ ที่บ้านญาติ บอกว่าติดต่อพิมไม่ได้มาหลายสิบวันแล้ว
-_-“ กำๆๆๆ กรุนี่บาปจริงๆ
.
.
โชคดี วันนั้นเข้าไปออนเอ็ม
((ทั้งที่ปรกติก็ไม่ค่อยได้ออน ถึงจะออนก็ทำ appear ไว้))
วันนั้นเกิดเฮี้ยน ออนเอ็มแบบ โชว์ on line เลยเจอญาติที่เอ็ม
.
.
สิ่งแรกที่โดนถามประมาณว่า
เป็นไร ทำไมติดต่อไม่ได้ หายไปไหนมา
รู้มั๊ยว่าป้านางเป็นห่วง จนจะให้น้าเค้ามาตามหาพี่ที่กรุงเทพฯ
ป้านางไปร้องไห้ เป็นห่วงพี่ที่บ้านหนูเนี่ย
โทรหาแม่พี่ ด่วนเลย
.
.
-_-“ หึ หึ หึ มาเป็นชุดเลยสาดดดดด
.
.
สรุปพิมก็โทรไปหาแม่ แล้วก็อ้างโน่น อ้างนี่ ((ตามประสาให้เค้าสบายใจ))
แล้วก็ฝากเบอร์อื่น ที่สามารถติดต่อพิมได้ไป
.
.
แล้วพิมก็พูดทิ้งไว้เหมือนเดิมอย่างที่ผ่านมา 13 ปีมานี้ ว่า
“แม่ไม่ต้องห่วง เค้าสบายดี มีอะไรโทรมาเบอร์เพื่อนนะ”
.
.
คราวนี้แม่ก็สบายใจแล้ว
เพราะทุกวันนี้ ถึงพิมก็ยังปิดเครื่องหรือไม่ก็ตาม
แต่แม่ก็จะรู้ว่าจะติดต่อพิมได้ที่เบอร์ไหน เวลาอะไร
.
.
ได้ข่าวว่า ปีใหม่ปีนี้ แม่จะขอขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมาดูว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของพิมซะหน่อย
หลังจากที่ละเลยมาเป็นเวลา 10 กว่าปี
.
.
แปลกเนอะ เราเป็นแม่ลูกกันแท้ๆ แล้วพิมก็ยังมีพ่อมีแม่อยู่แท้ๆ
แต่พิมกลับไม่เคยจะรู้สึกรู้สาอะไร
กะการที่อยู่ตัวคนเดียวในเมืองหลวงอย่างนี้
.
.
ไม่ว่า อดีต ปัจจุบัน อนาคต พิมจะมีเพื่อนอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม
พิมก็อยู่ของพิมได้ ยังคงไปเที่ยว ยังคงทำงาน ยังคงพักผ่อนได้ในแบบที่พึงจะเป็น
.
.
ไม่สบายก็ไปหาหมอ ปวดท้องแทบตายก็ต้องทนเอา
ไอ คอกๆ แคกๆ ก็อยู่ไป เมาหัวราน้ำ แฮ๊งแทบจะเป็นศพ ก็ทนไป
.
.
นานมาแล้วนะ นานมาก 13-14 ปีแล้วที่
ไม่มีพ่อแม่ให้อ้อนหรอก ในยามเจ็บไข้
ไม่มีพ่อแม่หายาให้หรอก ในยามไม่สบาย
ไม่มีพ่อแม่เอามือมาอังที่หน้าผาก แล้วถามว่าตัวยังร้อนอยู่มั๊ย
ไม่มีพ่อแม่ถามหรอกว่า วันนี้มีตังก์กินข้าวหรือเปล่า
ไม่มีพ่อแม่ที่เราจะบอกว่า แม่ หนูตังก์หมด โอนเงินให้ใช้หน่อย
ไม่มีพ่อแม่บอกสุขสันต์วันเกิด ในวันที่คล้ายวันเกิดของตัวเอง
.
.
พิมไม่เคยมีอะไรอย่างนั้น ไม่มีมานานแล้ว
แล้วก็ “ชิน” กะการไม่มีอย่างนั้นซะด้วย
.
.
รู้แค่ว่า
เราต้องอยู่ให้ได้ อย่างที่ทำให้พ่อแม่สบายใจที่สุด
แม้เราจะมีปัญหารุมเร้า
.
.
เราต้องอยู่ให้ อย่างที่ทำให้พ่อแม่ไม่เดือดร้อน ทั้งกายใจ และเงินทอง
แม้ว่าตังก์เหลือในกระเป๋าไม่ถึงร้อย
.
.
เราต้องมีแต่คำตอบที่บอกแม่ไปว่า สบายดี ไม่ต้องห่วง
แม้ว่าเราจะเพิ่งออกจาก รพ.
.
.
เราต้องหัวเราะให้แม่ได้ยินทุกครั้งที่โทรมาให้ได้
แม้ว่าเราเพิ่งปาดน้ำตาไปหมาดๆ
.
.
การจาก อกพ่อแม่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ((อายุแค่ 17-18 ปี))
มันสั่งสม ทำให้เราเป็นอย่างนี้นี่เอง
.
.
วันนี้ อายุปาไปเลข 3 แล้ว
เราก็ยิ่งแกร่ง ลุกลามไปจนถึงแข็งกระด้างมากขึ้น
.
.
แม้ชีวิตนี้ ที่ผ่านมาจะมีคนวนเวียนมาดูแลเราบ้าง
แต่ก็นั่นแหละ เค้าเข้ามาแล้วก็จากไปตามวัฏสงสาร
.
.
ทุกวันนี้ แม้จะไม่มีพ่อแม่ต้องคอยดูแลอย่างที่ควรจะเป็น
แต่อย่างน้อย ณ.เวลานี้ ชีวิตพิมก็ไม่ได้ลำบากลำบน หดหู่อะไร
.
.
เพราะพระเจ้ามักสร้างทุกสิ่งให้สมดุลเสมอ
.
.
ตอนนี้มี 1 ชีวิตก้าวเข้ามาในชิวิตพิม
ตอนนี้มี 1 หัวใจมามอบให้พิมหมดแล้ว
ตอนนี้มี 1 สมองที่คอยช่วยพิมคิดแก้ปัญหา
ตอนนี้มีหู 2 หูที่คอยรับฟังพิมทุกอย่าง
ตอนนี้มีตา 1 คู่ที่พร้อมจะดูแลพิมในทุกๆยาม
ตอนนี้มีมือ 2 มือที่คอยประครองและจับมือพิมไปด้วย
ตอนนี้มีเท้า 2 เท้าที่พร้อมจะเดินไปกับพิมในทุกๆที่
.
.
อ้อ...ตอนนี้มี 1 กระเป๋าที่พร้อมจะควัก ถ้าพิมงอแงจะกินหนม แหะๆ
.
.
เห็นมั๊ย พิมบอกแม่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง พิมสบายดี ^^
.
.

๑๑.๒๐.๒๕๕๑

....เสี้ยวหนึ่งของมุมมอง....

.
.
สุข-ทุกข์
.
.
เวลาแห่งความสุข มักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ
ตลกดี ที่ความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน
.
.
แต่ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ช่างยาวนาน
แล้วก็แปลก ที่เรา มันจับจด อยู่กับความทุกข์นั้น
.
.
จะมีซักกี่คนที่ปล่อยวางทุกอย่างได้โดยที่ไม่ติดใจอะไร
บางทีคำพูดที่ว่า “ช่างมันเถอะ” มันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซะทีเดียวหรอก
.
.
รองเท้า
.
.
หลายครั้งแล้วหลายๆ คนมักมีคำถามว่า “ทำไม เปลี่ยนรองเท้าบ่อยจัง”
จะว่าขี้เบื่อก็ไม่ใช่
แต่แค่รู้สึกว่า เราพยายามหารองเท้าคู่ที่เราชอบ แล้วก็ใส่สบายเท้าที่สุดมากกว่า
.
.
เพราะรองเท้าบางคู่ ถึงจะดูดีและราคาแพง แต่ใส่แล้ว กัดเท้าชะมัด
หากแต่บางคู่ ที่ดูแล้วแสนจะธรรมดา ราคาก็ถูก แต่กลับใส่สบายสุด
.
.
เหมือนความรัก
คนที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป ไม่จำเป็นต้อง perfect
แต่เค้าต้องเป็นมนุษย์ที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุดต่างหาก
.
.
ความแก่
.
.
บางทีมันก็ยากที่จะให้คนอายุเกิน 30 ปรับเปลี่ยนอะไร เพื่อใคร จนไม่เหลือความเป็นตัวเอง
คงจริงอย่างที่ว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
.
.
บางทีเราก็ก้าวข้าม ร้อน หนาว ฝน มาซะไกล เกินกว่าที่จะโกหกตัวเองไปได้
เราคง “เหนื่อยมาก” ที่จะโน้มไปหาใคร ทั้งที่เราปวดหลังจะแย่ ((ก็เราแก่แล้วนี่นา))
.
.
คุณค่า
.
.
เคยอกหัก ตีอกชกหัวตัวเอง แล้วก็ร่ำไห้ พล่ามบอกตัวเองว่า “เรามันไม่มีค่า”
. วันนึงได้สติขึ้นมา มองกลับกัน ทุกคนมีค่าของความเป็นคน เท่ากันหมด
เพียงแต่ใครคนนั้น เค้ามองไม่เห็นมันตะหาก หาใช่ว่า เราไม่มีค่าที่ไหนกัน
.
.
สายน้ำ
.
.
เวลา ผ่านแล้วผ่านเลย สายน้ำไหลไปแล้ว ไม่มีวันไหลย้อนกลับ
สิ่งใดที่ผ่านไปแล้ว มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้
.
.
จริงอยู่ เวลานั้นแสนจะมีค่า แต่บางครั้งเราก็นั่งหายใจทิ้งไปเฉยๆ เพียงเพื่อ “ฆ่าเวลา” เท่านั้นเอง
สายน้ำไหลกลับได้ เกิดขึ้นที่ไหนของโลกบ้าง บอกที คงอาจมี แต่ช่างหายากเหลือเกิน
.
.
สายตา
.
.
สังขารมันเป็นเรื่องไม่เที่ยง
วันนี้สวย ดูดี ดูหล่อ วันข้างหน้า เนื้อหนังเหี่ยวย่น พุงเผละ แล้วเราจะยังรักเค้าอยู่ไหม
.
.
ถ้าวันนี้ เราไม่ได้ใช่แค่ “สายตา” มองเค้า จะวันไหนเราก็ยังรักได้ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเราใช้ “หัวใจ” มอง
.
.
เจ้าชาย
.
.
บางครั้งเค้าก็ดีกับเรามากมายเสียจน ทำเราหลงระเริงคิดว่า ตัวเองเป็นดั่ง “เจ้าหญิง”
ครั้นพอเราบอกว่า เค้าเป็นเหมือน “เจ้าชาย” ที่มอบแต่สิ่งพิเศษและสวยงามให้
.
.
เค้ากลับปฏิเสธที่จะรับคำเปรียบเปรยเช่นนั้น
แต่เค้ากลับบอกว่า ขอเป็นเพียง “ข้าราชบริพาร” ที่อยู่รับใช้ด้วยความซื่อสัตย์ ก็พอแล้ว
.
.
พอเถอะ...แค่นี้ก็รักจะแย่อยู่แล้ว
.
.
อย่าพึ่งยิ้มเยอะ ย้อนไปอ่านข้างบนสุดอีกที
.
.

๑๑.๑๘.๒๕๕๑

.....SOY PEPTEIN....

.
.
ช่วงนี้ที่ทำงานเค้าไปซื้อ PEPTEIN ที่โฆษณาในทีวีมาให้กิน
((สวัสดิการเล็กๆน้อยๆที่พึงจะได้ พึงจะมี Y^Y))
.

.

ไอ้เราก็ไม่เคยรู้หรอกนะ ว่ามันเป็นไง

รู้แค่ว่า กินแล้วมันน่าจะฉลาด 555+

.

.

เลยอยากลองกินซะหน่อย

.

.

เห็นเค้าเขียนข้างขวดไว้ว่า

“เพื่อรสชาติที่ดี กรุณาแช่เย็นและเขย่าก่อนดื่ม”

.

.

น๊านนนน!!! แสดงว่า ถ้าไม่เย็นและไม่เขย่ามันต้องไม่อร่อยแน่นอน
((คิดเอง เออเองตลอด -_-"))

.

.

ว่าแล้ว กรุเลยจัดการเอา 1 ขวดไปแช่ซะมันใต้ช่อง freeze หวังว่าจะให้เย็นจัดๆ

แล้วก็แช่มันไปเลย 2 วัน 1 คืน ((กลัวไม่เย็นจัด 5555+))

พอเอาออกมาก็ทำการเขย่าๆๆๆๆ -_-“ ซะฟองฟ่อด

((บ้านน๊อกกกก บ้านนอก))

.

.

พอเปิดฝากระดกเท่านั้นแหละพี่น้อง

.

.

อึก 1 -_-"

อึก 2 _*_

อึก 3 U_U

.

.

>.< กรี๊ดดดดดด นี่มันยาลดไข้สมัยกรุเด็กๆชัด

((ป๊าดดดด ลาวโดนหลอกเด้อบัดหนิเด้อออออ))

หาความสุนทีรย์ทางลิ้นและลำคอไม่เจอเล๊ยยยยยย

.

.

แต่!!! ต้องดื่มให้หมดขวดค่ะ เพราะ ทราบมาจากเพื่อนที่ไปซื้อมาว่า “แพง”

((เหตุผลเดียวจริงๆที่ทำให้กรุต้องกระดกให้หมด เวงกำ))
.

.

นี่ขนาดเค้าซื้อมาให้กินแบบไม่แพงแล้วนะเป็น soy peptide 4000

ถ้าเป็น soy peptide 8000 ละก็ราคาก็จะแพงกว่าประมาณเท่าตัว

.

.

ไอ้ที่พิมกินเข้าไปเนี่ย เค้าว่าจะไปบำรุงสมองส่วนหน้าด้วยแหละ

.

.

โฮะๆๆๆๆ มิน่าล่ะ พอกินแล้วรู้สึกสมองส่วนหน้า ฉล๊าดดดด ฉลาด

^______^ ลั้ล ลั้ล ลา

.

.

แต่เอ้????

ทำไม ดูๆไป กรุยังดูโง่ๆอยู่ว่ะ ^-^"

.

.

อ้อ!!!

.

.

ได้รับคำตอบว่า

.

.

นั่นคงเป็นเพราะสมองส่วนกลางและหลังยังไม่ได้รับการบำรุงนั่นเอง

มิน่า!!!!! กรุเลยยังโง่เหมี๊ยนนนนเดิม -_-“ 555+

.

.

ฮ่วย!!! ((เอาว่ะ ของฟรี อย่าคิดเย๊อะ))

.

.

ปล.ความจริงของเค้าก็ดีและไม่แพงหรอกค่ะ ถ้าเทียบกับคุณภาพที่จะได้รับ

.

ปล.1 แต่กรุโง่เองที่คิดไปเองว่า สินค้าที่มีคำว่า SOY มันน่าจะเหมือนนมไวตามิ้วซะงั้น

.

ปล. 2 กรุคิดผิดเท่านั้นเอง 5555+

.

.

๑๑.๑๗.๒๕๕๑

เปล๊า....ไม่ได้ลำเอียงสักนิด...

.
.
เขียนกลอนไว้หน้าก่อน
ยัง...ยัง ไม่ได้เป็นไร ยังสบายดี
หุหุหุ ^^
.
.
อารมณ์สุนทรีย์ไปนิสสสส
เลยพากันถามใหญ่ ‘รมณ์ไหนว่ะ
.
.
ไม่มีไร วันนั้นว่าง
เลยใช้เวลา 2 ชม.ที่มีกลั่นกรองออกมา
.
.
ลิเกไปนิด แต่พอ วกกลับมาอ่านเองอีกที
“สำนวนโวหาร เดิ้น สาดดดด 5555+”
.
.
วันหยุด ส- อา ชอบมั่กๆเพราะได้ตื่นสายๆ
นอนคุดคู้ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ
((ที่มีกลิ่นตุตุ ของอิพุกด้วย -_-“ หอมชื๊นนนจาย หึ หึ หึ))
.
.
แต่ก็มีบาง ส-อา ที่เราตะลอนๆไปโน่นมานี่บ้างตามประสา
.
.
อย่างเสาร์โน๊นนนน เราก็พากันเที่ยวเล่นที่คลอง 3
พาพี่หริ่ง กะน้องพุกไปด้วย
นานแล้วที่เด็กๆไม่ได้วิ่งเล่น สนุกๆอย่างนี้
((ปรกติ โดดจั๊มๆ แต่บนฟูก))
.
.
คราวนี้เด็กๆได้ไปเจอสวนเล็กๆข้างบ้าน
พี่หริ่งสนุกสนานมากกะการโดดจั๊มๆบนแท่นทางเดิน
.
.
น้องพุกที่ไม่เคยได้เจอต้นไม้ ไม่ได้เจอดินมาเป็นปีๆ
.
.
ปรกติถ้าพาเด็กๆไปบ้านของตัวเองที่ ตจว.ก็ไม่ได้ให้เด็กๆได้เหยียบดิน
((ไม่ได้พาลูกกระแดะแตะดินไม่ได้))
แต่ที่บ้านรอบรั้วไม่มิดชิด พอปล่อยเดินเล่นปุ๊บ
พวกเด็กนรก จะพากันเตลิดวิ่งหนี ออกนอกรั้วบ้าน
ต้องได้วิ่งไล่จับ ไล่ตะครุบกันทุกที Y^Y
.
.
แต่ที่คลอง 3 แม้ พท.จะไม่ได้มากมายอะไร
.
.
แต่ก็พอให้เด็กๆได้วิ่งเล่นได้ดมโน่นดมนี่ ดูนั่นดูนี่ ได้อย่างสนอกสนใจ
.
.
ข้างบ้านมีบ่อปลาเล็กๆ ((ที่พี่หริ่ง แอบไปกินน้ำที่บ่อได้ด้วย))
.
.
บรรยากาศสวนเล็กๆข้างๆบ้าน ร่มรื่น
พอให้รู้สึกถึงความแตกต่างกับห้องสี่เหลี่ยมๆเล็กๆแคบๆของตัวเองได้
.
.
ธรรชาติสีเขียว แม้มันจะเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้รู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง ^^
.
.
Blog หน้าก่อนๆ เอาฝาแฝดน้องพุกให้ดู
วันนี้ แวะเอาฝาแฝดข้าวกล้องมาให้ดู
.
.
เป็นตุ๊กตาชิวาว่าพวงกุญแจที่ซื้อมาจากหน้าราม
เห็นแล้ว เออ...เหมือน อิก้อง เลยว่ะ ก็เลยเสียตังก์ซื้อมา _*_
.
.
แล้วก็หันไปเห็น ET ตัวเบ่อเริ่ม
กรี๊ดกร๊ด ตื่นเต้น อยากได้ๆ
คนขายบอกว่า “น่ารักดีนะค่ะ น่ารักแบบแปลกๆ”
-_-“
((พูดเหมือนเจ้าของร้าน ที่ตะวันนา ตอนเราซื้อ พวงกุญแจ ET ตัวเก่ามาเปี๊ยบเลย))
.
.
แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อมาหรอก ((ยังทำใจกะราคาอยู่ 5555+))
.
.
.
.
เมื่อคืนจับเด็กๆตัดเล็บทั้ง 4 ตัว
แต่มีบางอย่างเกิดขึ้น
ถึงขนาดทำบางคนสะเทือนใจอย่างหนัก _*_
((เกือบจะเตะ กรุที่มีอยู่ ท่อนเดียว ให้ขาดเป็น 2 ท่อน สั้นๆแระ))
.
.
กรุตัดเล็บพี่หริ่ง ลึกไปหน่อย
พี่หริ่งเลือดไหลอยู่ตั้งหลาย ชม.
.
.
อิพิมทำอะไรไปมากกว่านั้นไม่ได้
นอกจากทำหน้าสำนึกผิด ^-^”
.
.
ตื่นเช้ามา ที่นอนเกรอะกรังไปด้วยเลือดพี่หริ่ง จางๆ
สงสารลูกก็สงสาร แต่ทำไรไม่ได้ นอกจาก
“แม่ ขอโต้ดดดดด Y^Y”
.
.
แถมยังโดดค่อนแคะ กระแหนะกระแหนว่า
“นี่ถ้าทำน้องพุกเลือดไหลบ้าง อยากรู้นัก แม่มันจะทำหน้าไง”
.
.
หึ หึ หึ
ไม่ต้องห่วงว้อยยยยย
.
.
เพราะจากประวัติการตัดเล็บของเด็กๆที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็น ข้าวกล้อง ข้าวกล่ำ พี่หริ่ง ล้วนแต่โดนพิมตัดจนมีเลือดแล้วทังนั้น
ยกวันน้องพุก ที่พิมจะตัดพิถีพิถันเป็นพิเศษอยู่แล้ว 555+
.
.

๑๑.๑๔.๒๕๕๑

.....เมื่อเหมันต์พัดผ่าน....

.....
.....
ลมหนาว พัดหวน อีกครั้ง
ให้นึกถึง ความหลัง ครั้งเก่าก่อน
สายลมโชย ยะเยือกเย็น ยามล้มนอน
สายลมอ่อน พัดพา กระทบกาย
.....
.....
ปีแล้วปีเล่า เฝ้าพ้นผ่าน
มีรอยยิ้ม นงคราญข้าง ไม่ห่างหาย
มีความรัก ให้ซุกอุ่น อยู่ข้างกาย
ลมเหน็บหนาว พลันมลาย ยามใกล้เธอ
.....
.....
ให้นึกถึง สายหมอก อยู่ตรงหน้า
ให้ลำลึก แววตาเศร้า เคล้าเสมอ
ให้หวนคิด รอยยิ้ม พิมพ์ใจเธอ
ให้โหยหา อ้อมกอดเธอ มิรู้คลาย
.....
.....
เหตุเพราะรัก มักเริ่มต้น ยามหนาวเหน็บ
พึงขอเก็บ ความทรงจำ มิห่างหาย
สายลมเอื่อย พลัดพริ้ว เกาะทิวกาย
ยังตราตรึง มิรู้คลาย ถึงบางคน
.....
.....
หากแต่ลม มิอาจพัด หวนกลับแล้ว
ทุกสิ่งอย่าง ผ่านพ้นแผ้ว ทุกแห่งหน
แม้สายลม กระทบร่าง และตัวตน
เพียงนึกถึง ใครสักคน ใช่พบพา
.....
.....
ความทรงจำ ดีๆ ขอเก็บไว้
เก็บให้ลึก สุดใจ ใช่โหยหา
เก็บเป็นสาย ลมพัดเอื่อย ใช่นำพา
เก็บรอยยิ้ม เก็บแววตา นิจนิรันดิ์
.....
.....
ฤดูเปลี่ยน ทุกอย่างแปร ผันหมดสิ้น
นกพลัดถิ่น ดินเปลี่ยนสี หลากรังสรรค์
ดั่งใจคน เปลี่ยนแปรปรวน ชวนจำนรร
หาได้มี สิ่งใดมั่น นิรันดร
.....
.....
และแล้วเล่า ลมพริ้วพา มาอีกครั้ง
สร้างความหวัง กำลังใจ ให้ถ่ายถอน
เกลียกเกลือกข้าง ลำกาย ให้ก่ายนอน
สายลมอ่อน ปะทะใจ ใช่หนาวเย็น
.....
.....
เหตุเพราะมี แววตาอุ่น อยู่เคียงข้าง
เหตุเพราะมี กายร่างหนึ่ง ให้แลเห็น
เหตุเพราะมี รักแผ่ซ่าน ขจัดเย็น
เหตุเพราะมี เฉกเช่นเธอ เสมอกาย
.....
.....
ขอซุกไซร้ ไล่เลียง เคียงแบบนี้
อ้อมกอดหนึ่ง ที่พึงมี มิห่างหาย
ให้อบอุ่น อิ่มเอมใจ มิรู้คลาย
ให้หนาวเหน็บ วางวาย มลายพลัน
.....
.....
ต่อลมหนาว พริ้วไหว ใช่ทานทก
ต่อความเหงา คลุมปรก ใช่ทกท้าน
ต่อทรงจำ ย้ำนึกคิด ใช่ทนทาน
ต่อความรัก เคยกรีดกราน ใช่ทานทน
.....
.....
ฤดูเริ่ม สิ่งใหม่เริ่ม เสริมใจแกร่ง
ลมพัดแรง เสริมใจแข็ง แข่งครั้งหน
ให้ยิ้มได้ หยัดยืนได้ ด้วยตัวตน
ให้หมองม่น จนตรอกสิ้น ทิ้งอินทรีย์
.....
.....
เพียงหนึ่งก้าว ที่เธอ ได้พบผ่าน
เพียงหนึ่งอ่าน ความคิด ในจิตนี้
เพียงเมตตา ที่ยื่นให้ ด้วยไมตรี
เพียงหนึ่งความ รู้สึกดีๆ ก็อิ่มใจ
.....
.....
ขอเธอประ ครองร่าง ไหวของฉัน
ให้คงมั่น ด้วยรักภักดิ์ สุดสดใส
ขอเธอโอบ อ้อมอารี ด้วยบริสุทธิ์ใจ
ขอคงไว้ ด้วยหัวใจ และ กรุณา
.....
.....
เพราะสายลม พรหมลิขิต ขีดเขียนไว้
พัดสองกาย สองใจ พานพบหน้า
เขียนลิขิต ขีดเส้นไว้ ดั่งชะตา
ให้เราสอง พบพานพา ดั่งเกมกล
.....
.....
ขอขอบคุณ สายลม ห่มฟ้านี้
ขอขอบคุณ ผู้แสนดี ที่แห่งหน
ขอขอบคุณ ความรักมอบ สุดแยมยล
ขอขอบคุณ ไมตรีล้น จำนรรจา
.....
.....
และไม่ว่า ฤดูกาล กี่ผ่านพ้น
ร้อนหนาวฝน สายวสันต์ คิมหันต์สา
เหมันต์ล่วง เลยผ่าน กาลเวลา
เพียงมีเธอ แนบอุรา ก็อุ่นทรวง
......
......
จักรัก อย่างพึ่งมี ที่จะเป็น
จักเย็น อย่างใจ ใช่ห่วงหวง
จักซื่อ สัตย์มั่น ในใจทรวง
จักภักดิ์ อย่างแน่นหน่วง ตวงเติมเต็ม
.....
.....

๑๑.๑๓.๒๕๕๑

ล๊อย ลอย กระท๊ง ลอย ลอย กระทง

เมื่อคืนไปลอยกระทงที่ไหนกันมาอ๊ะป่าวววว???
.
.
ของพิมก็เป็นประจำทุกปีแหละที่ต้องไปลอยกระทง
((เหมือนเป็นหน้าที่ไงไม่รู้ว่ะ 5555+))
ชอบ แหะๆ ชอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
.
.
จนป่านนี้แก่แล้วก็ยังชอบ
ถึงแม้ว่า คนเยอะ ดึกดื่น หนาวเย็น รถติด ยังไงก็จะไป ไป ไป
.
.
โชคดีหน่อยปีนี้ไปลอยไม่ไกลจากที่อยู่เลย
((ปรกติจะไปลอยที่คลอง 1 แต่ปีนี้เปลี่ยน!!!!ว้อย!!!))
เลยไม่ต้องไปผจญรถติดแต่เรา แว๊นๆๆๆๆไป
.
.
เราพากันไปลอยที่ “วัดพระศรีฯ” บางเขน น่านนนนเอง
โว๊ะโฮ๊ะ!!!! ของเยอะ คนแยะ จังเลยแหะ
ที่สำคัญ ทอมเด็กๆ เยอะม๊ากกกกกก เดินแทบจะชนกันตาย
((แต่กรุก็ชอบแหละ แหะๆ^^))
.
.
บรรยากาศของที่วัด แม่จ้าววว!!!เด็กๆเยอะมาก ((เด็กนศษ. วัยละอ่อนอะค่ะ))
ไอ้เราก็แก่แล้ว ไม่เป็นไร เนียนๆไป อาศัยช่วงคนเยอะเอา
.
.
ของกิน ของใช้ขายเยอะ แล้วก็ขายดีซะด้วย
.
.
ไอ้ตัวเองนะ ไปลอยกระทงมาหลายที่แล้ว
ก็ไม่เคยเตรียมกระทงไปเองหรอก
((ไปหาเอาข้างหน้าเยอะแยะ ถูกๆ 20-30 บาท))
.
.
แต่พอไปที่นี่
กรุ
คิด
ผิด
_*_
.
.
เพราะที่นี่ กระทงขาดตลาด คับพี่น้อง
คนรอต่อแถวซื้อประทงแต่ละร้านเพี๊ยบบบบบ!!!
.
.
ป๊าดดดติโธ่ะ!!! รู้งี้มานั่งทำกระทงขายซะก็ดี
((ปีหน้าลงทุนลาพักร้อน 1 วัน ทำกระทงขายดีฝ่า 555+))
.
.
ได้ข่าวจากผู้มาร่วมงานก่อนหน้า คุณเต้ย ฐพัช และคุณ 2t
บอกว่าถ้าจะซื้อกระทง แนะนำให้ต่อคิวซื้อข้างนอกได้เลย
เพราะข้างใน ราคากระทง ถีบตัวสูงไปถึงที่ 100 บาท Y^Y
.
.
หึ หึ หึ _*_ กระทงใบละ 100
บ้าไปแล้ว พี่น้องคร๊าบบบบ
.
.
พิมก็เลยเดินวนแมร่งรอบวัด เดินดูโน่น ดูนี่ ไปเรื่อยๆ
((สอดส่ายดูทอมเด็ก ไปเรื่อยๆ อิอิ))
ก็เป็นจริงอย่างที่ว่า
ที่นี่คนเยอะ ร้านกระทงแต่ละร้าน คนต่อคิวซื้อเป็นแถว
อะไรจะ ขาดแคลนขนาดน๊านนนน
((ขายกระทงที่นี่วันเดียว อาจตั้งตัวได้เลย เชื่อเหอะว่ะ))
.
.
ก็เลยปรึกษากันว่า
ถ้าต้องไปต่อแถวซื้อกระทง แล้วใบละ 100
งั้นไม่ลอยนะ แพงเกิ๊นนนนน
.
.
แต่ ไหนๆก็มาแล้ว
เฮ้ย!!! วันนี้วันลอยกระทงนะว้อยยยย
แล้วจะไม่หากระทงมาลอย
เพื่อขอขมาพระแม่คงคา และสืบสานประเพณีไทย ((ป๊าดดดด ฟังดูดีโน๊ะ))
ได้ไง ได้ไง
.
.
ก็เลยพากันเดินไปจนจะออกจากปากทางวัดแระ
.
.
ก็เลยไปเห็นกระทง
_*_ หื้อ!! จะเรียกกระทงหรือเปล่าไม่รู้
.
.
หยวกกล้วย 1 แว่น
ดอกกล้วยไม้สีชมพู กะดอกคาร์เนชั้นปักๆบังไว้
พร้อมธูป 3 ดอก และแท่นเทียน 1 อัน
((อ้อ!! มีต้นไม้พลาสติกปลอมด้วย 2-3 ชิ้น))
เสียบๆๆๆ ส่งๆ ตามมีตามเกิดไว้
หาใบตองจากกระทงใบนี้ ไม่มีค่ะ
((น่าสงสารที่สุด))

.

.

เอาว่ะ ไหนๆก็ไหนๆ

เอาแท่นกล้วย ดอกกล้วยไม้ปักอันนี้ไปลอยก็ได้

((อย่างน้อยก็คงลอยน้ำได้ มีธูปมีเทียน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแหละ))

ดูๆ ไป เค้าก็เรียกกระทงแหละนะ ((ปลอบใจตัวเองสุดริด -_-“))

.

.

สนน ราคา แท่นกล้วยนี้ 30 บาทขาดตัว

ต่อไม่ได้ซักกะบาทเดียว

((ก็ยังดีกว่า กระทงใบตอง 100 บาทแหละ))

.

.

กระทงพร้อม คนพร้อม ว่าแล้วเราก็เดินไปที่สระน้ำในวัด

แล้วเราก็จัดการ เอาแท่นกล้วยไว้เหนือหัว

อธิษฐานกันไปตามเรื่องตามราว

((ของพิม หลักๆก็ขอให้หมดหนี้ไวๆ 5555+))

.

.

ส่วนเรื่องของความรัก ไม่ขออะไรมาก

ขอให้ความรักอยู่กะเราไปนานๆก็พอ

((นางเอ๊ก นางเอก เน๊าะ ^^))

.

.

พอเอากระทงลงน้ำ ((อย่างลุ้นๆที่คนปล่อยกระทงจะหัวทิ่มน้ำหรือเปล่า))

ยังไม่ทันถึงคืบ ก็มีมนุษย์กบ มาแหวกกระทงจะหาเศษตัวค์ซะแระ

ฮ่วย!!!!_*_ ให้กรุขอมองกระทงไปไกลๆกว่านี้ไม่ได้หรือไงว่ะ

.

.

เลยตะโกนบอกไป

“กระทงใบนั้น ไม่ต้องไปแหวก ไม่มีตังก์”

((พร้อมใบหน้า กรุ่มกริ่ม สะใจในความชนะครั้งนี้ จริงๆ))

5555+

.

.

มนุษย์กบ ได้ยินดังนั้น พลันรีบผลักกระทงกรุให้ลอยไปกลางนั้นอย่างเร็วไว

อิอิอิ ((คิดผิดแล้วมรึง จะหาตังก์ในกะทงกรุ เพราะกรุไม่ได้หย่อนไว้ จะมีได้ไงว่ะ))

.

.

แล้วเราก็พากันมองกระทงของเราไปด้วยความปลาบปลื้ม

((จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ด้วยน้ำตาคลอเบ้า))

เพราะ....กระทงกรุไหม้ ซะงั้น Y^Y

((เทียนเผา หญ้าพลาสติกบนแท่นกล้วยน่านเอง))

หมายเหตุ : ย้อนไปอ่านได้ ว่าแท่นกล้วยประกอบด้วยวัสดุอะไร

.

.

แต่ช่างเถอะ ถือว่าเราลอยความไม่ดีไปกะทงแล้ว

เผามันให้ยับๆ เผามันให้ยับไปเลย

Y^Y

.

.

และแล้วเที่ยงคืนครึ่งก็กลับถึงที่พัก

พร้อมกับการรักษาสิถิติ

การเสียตัวของ ญ สาว เป็นอันดับ 2 ของปี ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ไว้ อย่างภูมิใจ

กร๊ากๆๆๆๆๆ ^O^

.

.

๑๑.๑๐.๒๕๕๑

ของฝากจากชาติ K

K-fever
K-in trend
.
.
ทุกวันนี้หันไปทางไหนก็ K ไปซะหมด
.
.
เอาอีกแระกรุ บ่นเรื่องเหี้ยๆ นี่อีกแระ
.
.
แต่ก็นั่นแหละ
เพราะชีวิตกรุ วนเวียนกะพวกซังกะบ๊วยนี้กว่า 8 ชม.ต่อวัน
และ 5 วันต่อสัปดาห์
.
.
เพื่อนรัก salesman รูปหล่อ
โชคดีชิ๊หาย ได้ไปดูงานที่ประเทศ K 1 อาทิตย์
.
.
อิจฉามัน แต่ทำไร ไม่ได้
ได้แต่หวังของฝาก ลมๆแล้งๆ จากเพื่อนที่จะเมตตา
.
.
เมื่อเช้าเพื่อนรักกลับมาทำงานตามปรกติแล้ว
.
.
สิ่งแรกที่เจอบนโต๊ะ
คือพวกกุญแจ ตุ๊กตา 1 อัน
เพื่อนรักบอกว่า
“ของมรึงอันสุดท้ายเหลือจากที่คนอื่นเค้าเลือกแล้ว”
“เออ....ขอบใจ ไม่ต้องย้ำก็ได้ ว่ามันเป็นของเหลือเดน สาดดด”
.
.
แหม พับผ่าสิ ไอ้สันดาน
ซื้อเหี้ยอะไร ไม่ซื้อ
เสือกซื้อตุ๊กตาพวงกุญแจ แบบนี้
ดูดีๆ พี่น้อง ((ใช้กล้องมือถือ รุ่นกระจอกๆถ่ายไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เพ่งกันหน่อยเหอะนะ))
.

.

มันเป็นตุ๊กตา แบกภาระอันหนักอึ้งไว้ที่หลัง

_*_

.

.

เอ้อ...มรึงนี่ดีเนอะ ซื้อเหี้ยอะไรมาช่างเหมาะกะการสถานการณ์กรุเสียเหลือเกิน

มรึงกลัวกรุ ทำงานหนักไม่พอหรือไงว่ะ

.

.

กะลังตัดพ้อ มันอย่างโน้นอย่างนี้

เพื่อนร่วมงานข้างๆ บอกว่า

“ไม่ต้องไปว่ามันพิม ตุ๊กตาแบกของทุกคน เหมือนกันหมด แต่ท่าแบกของต่างกันไปเท่านั้นเอง”

.

.

ไอ้คนซื้อของฝากขำชอบใจ
“กรุรู้ไง ว่าทุกคนต้องชอบ”
.
.
หึ หึ หึ ถามกรุซักคำมั๊ย ไอ้นี่หนิ เอาแต่ลางไม่ดีๆ ให้กรุ
.
.
แต่...เอาหน่า ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนรัก มันก็มีดีเพิ่มของฝากน่ารักๆอีกอย่าง
.
.
ชิชะ ชิชะ หน้าอย่างมันก็ซื้อ tint มาให้สาวๆที่นี่เป็นเหมือนกัน
((เปล่าหรอก ข่าวว่า มันซื้อเครื่องสำอางค์มาให้สาวๆ เลยเจียดเงินที่เหลือซื้อมาฝากเพื่อนที่ออฟฟิศด้วย))
.
.
แต่ที่น่าภูมิอก ภูมิใจหน่อยก็ตรงที่
ไอ้อ้อมบอกว่า เพื่อนอ้อมซื้อที่เมืองไทย 600 บาทแหนะ อย่างนี้เลย ยี่ห้อนี่เลย
.
.
พอถามว่า มันซื้อมาจากที่โน่นเท่าไหร่
มันก็บอกเป็นเงินวอน ฟังแล้วเยอะแยะมากมายหลายร้อยวอน
.
.
โอ้โห กรุก็คิดว่า เพื่อนจะลงทุนซื้อของแพงมาฝาก
.
.
ที่ไหนได้คิดแล้วตกเป็นเงินไทย 140 บาท
5555+
.
.
เอาเหอะ ยังไงซะ มันก็ยังดีกว่า 600 บาทที่ขายที่นี่แหละว๊า
.
.

๑๑.๐๗.๒๕๕๑

ต้นเดือน เหมือนจะโดนเชือดต้นคอ

.
.
ไม่ได้อัพ blog นานแล้ว
ไม่ได้ขี้เกียจ
.
.
แต่
.
.
ไม่มีเวลา
.
.
งานเยอะมากมาย
.
.
ต้นเดือน เหมือนจะต้องรอโดนชาติ K เชือดคอให้ตายมือ
.
.
วันๆ มันนั่งกดดัน มองหน้า
และรอ report ทุกสิ่งอันที่กรุจะเนรมิต สร้างสรรค์ ปั้นแต่ง
((ตอแหล)) ให้มันได้
.
.
นี่ก็วันที่ 7 แล้ว
แต่ยังไม่มี inventory report ให้แมร่ง
.
.
ทำไงได้ งานกรุเยอะนี่หว่า
ยังไม่มีเวลาทำโว้ย!!
.
.
เมื่อต้นเดือนเป็นครั้งแรกที่ต้อง วางบิล ลูกค้าหลายเจ้ามาก
.
.
นั่งทำไป งงไป ถามไอ้อ้อมไป
.
.
นึกๆ คิดไปคิดมา
นี่กรุต้องเป็น บัญชี ทำการวางบิลตั้งแต่เมื่อไหร่
.
.
เอ้อ...ที่นี่ใช้งานกรุคุ้มฉิบหาย
ไม่ต้องมีความรู้เรื่องบัญชี ตัวเลข การเงิน ((ส้นตรีนอะไรทั้งนั้น))
.
.
แต่
.
.
ต้องวางบิลเก็บเงินลูกค้าให้ได้ ห้าม!!!พลาด
.
.
พลาดไม่พลาดไม่รู้ over due ขึ้นมาก็รู้เอง
((ตัวใครตัวมันนะ กรุยังงงอยู่))
.
.
โลกเน็ท โลก msn โลก you tube
ของกรุมืดมนในบัดดล
.
.
ไม่ได้พบเจออะไรทั้งนั้น
Y^Y
.
.
รางวัลที่นายโยนให้ปลอบใจยามกรุทำงานหัวฟูคือ
เมนทอสมินิ รสส้ม
.
.
...มันซื้อมากี่บาท กรุอยากรู้นัก.....
.

.

สาดดดด แล้วกรุจะแดรกได้มั๊ย

((เกลียดจะตายห่า)) .

.

นั่งมองสิ่งข้างๆรอบตัว

ทำไมโต๊ะเพื่อนร่วมงานกรุสะอาดนัก

.

.

....โต๊ะเพื่อนติดกัน สะอาดมากมาย...

.

.

เทียบกะโต๊ะทำงานกรุ

แมร่ง!!! รกเหี้ย!!!

....โต๊ะกรุ โอ้ อนิจจัง Y^Y....

.

.

อยากหลับซังกะตายโว้ย

เหนื่อยว่ะ
.
.

....อยากหลับสบายๆแบบหมา อิจฉาหมาว้อยย!!!.......

.

.